Adi 的个人资料*Juanty*~*Inside*照片日志列表 工具 帮助

日志


11月25日

Nippon diary 3

02.10.05

กินอาหารเช้าในโรงแรม เป็นบุฟเฟต์ และที่นี่ก็ทำให้เราได้รู้ว่าcornflake กะ cereal มันเป็นอาหารคนละอย่างกัน ทานเสร็จพวกทัวร์จะไปชินจูกุกัน แต่กลุ่มของเราจะแยกไปโอซาก้าเลย ทาคามิเนะซังซึ่งกลับมาญี่ปุ่นแล้วอุตส่าห์ช่วยมาดูแลเรื่องไปชินคันเซนให้

 

Pic1. ถ่ายในโรงแรม

Pic2-9. สถานีอิเคบุคุโระ ซื้อตั๋วชินคันเซนเดินาทงตอนบ่าย3บ่าย4 ยังพอมีเวลาเลยไปเที่ยวฮาราจูกุกัน

Pic10-14. ถ่ายที่ฮาราจูกุ ผู้ชายที่ยืนข้างๆเราก็คือทาคามิเนะซัง Gothic Lolita เต็มเลยอ้า... เจอหมวกแบบGothicใบนึงสวยมากเลย แต่แพง เลยไม่ได้ซื้อ (อยากได้ๆๆๆๆ) กางเกงพวกGothicสวยๆทั้งนั้นเลย ถ่ายโปสเตอร์Hideให้เพื่อนที่ปทุมวันดูด้วย

Pic15-16. 1ในของน่าลองที่ญี่ปุ่นนอกจากsoftcream กะเค้ก เครปญี่ปุ่นไง ไส้เยอะดี เห็นแล้วไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นเครปรึเปล่า แต่เราไม่ได้ทาน เพราะจะกินข้าวกลางวันกัน

Pic17. ทานกลางวันกันที่นี่ เป็นร้านข้าวหน้าของทอด เมลอนทอดอร่อยดี

Pic18-20. สถานีHarajuku และตึกด้านนอก

 

กลับจาฮาราจูกุไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรม แล้วกลับไปที่สถานีอิเคอีกรอบเพื่อนั่งรถไปสถานีโตเกียว โคดเหนื่อยอ่ะ แบกกระเป๋าใบเท่าควายขึ้นลงบันไดเกือบ10รอบ(ไม่มีลิฟต์เว้ย) แถมวันนี้อากาศร้อนตับแลบ ขึ้นชินคันเซนทีแทบสลบ

Pic21-22.ตั๋วชินคันเซนและเราบนชินคันเซน

Pic23.สถานีที่ลง

 

ยามาดะซังกับวาดะซังมารับ ฝนตกหนักมาเลย กว่าจะถึงบ้านยามาดะซังเล่นเอาเปียก ค่าแท็กซี่ก็แพงบรม(ถ้าไม่จำเป็นอย่าขึ้น)

Pic24-25. ห้องที่โอก้าซัง(เราจะเรียกแฟนยามาดะซังว่าอย่างนี้นะ)จัดให้(อยู่ชั้น 2 บันไดโคดชัน เกือบเอาชีวิตมาทิ้งตอนแบกกระเป๋าขึ้นแล้วอ่ะ) แล้วก็มุมหนึ่งของห้องทานข้าว มื้อเย็นเป็นเทมปุระ(อีกแล้ว) ช่างเหอะ และเราก็ได้รู้ว่าคนญี่ปุ่นจะดื่มเบียร์แล้วตามด้วยเหล้า คือพอเบียร์หมดไปประมาณ 2 แก้ว เขาก็จะทานเหล้าตาม...เมาตายห่ะ

 

จบวัน3

TBC

>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ก-ฮ ของเรา

จ.1เจไอ(JI) : 1ในคู่คลาสสิค(นอกจากSR)และคู่โปรดในวงLuna Sea ของเรา เจก็คือมือเบสของวง ส่วนไอคืออิโนะรัน 2คนนี้ชีวิตจริงเป็นเพื่อนกันตั้งแต่มัธยม รู้จักและทำงานมาด้วยกันเกินครึ่งชีวิต ความรู้สึกของเราเวลาได้ฟังเรื่องของทั้งคู่มันแบบ..น่ารักอ่ะ แล้วฟิคของ 2 คนนี้จะเป็นแบบอบอุ่น เรียบง่าย น่ารัก เราเลยชอบไง (แต่รู้สึกในบรรดาฟิคที่เราแต่ง7-8เรื่อง มีJI แค่ 2 เรื่องเองนิ) แต่ปัจจุบันอิโนะทำผมทรงลูกไก่ เถื่อนๆ เมะๆ ขึ้น ฟิคที่คนอื่นแต่งมันเลยเริ่มจะเป็น IJ ก็มี จับอิโนะไปกดคนอื่นก็มี ซึ่งเราอ่านแล้วก็เริ่มปลง ชักจะชินกะความเมะของมัน แต่ยังไงเราก็ยังรักJI เหมือนเดิม คนแต่งคู่นี้ที่เราชอบมากก็มีp.k.a และ Chibi ที่ตอนนี้ผันตัวไปแต่งฟิคHarry แล้ว(ที่เราเอามาอ่านในห้องก็งานของเขาน่ะแหละ)

2 จอห์นนี่ เดปป์  : ชู้รักหมายเลข 3 ของเรา ที่เริ่มชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากละนะ เพราะส่วนใหญ่ก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว เราได้ดูหนังที่เขาเล่นเรื่องแรกคือ What’s eating gilbert grape แต่ตอนนั้นเราสนใจลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ มากกว่าอ่ะ หนังส่วนใหญ่ที่เขาเล่นจะเป็นหนังฝีมือมากกว่าหนังตลาด เป็นดาราคู่บุญของทิม เบอร์ตัน(คนสร้างNightmareกะ Charlie and the chocolateไง เป็นผู้กำกับที่เราชอบคนนึงเลย) เรื่องที่อยากแนะนำให้ดูก็มี Edward Scissorhands, From hell,  What’s eating gilbert grape, Pirates of the Caribbean, Once upon a time in Mexico, Finding neverland, Ed Wood, Sleepy hollow

 

>>>>>>>>>>>>>>>>> 

Quote

“ It hurt to love someone and not be loved inturn,

But what is more painful is to love someone and never find the courage to let that person know how you feel”

มันเจ็บปวดถ้าเรารักใครสักคนและไม่ได้รับความรักตอบ

แต่มันเจ็บปวดยิ่งกว่าหากเรารักใครสักคนและไม่มีความกล้าพอที่จะบอกความรู้สึกออกไปให้เขารับรู้

จาก HEART written by chibitare & tarepanda

 

ฟอนท์ที่ได้จากการcopy แล้ว paste ทำไมมันอุบิทอย่างเนี้ยะวะ เล็กๆ ใหญ่ๆ กรำ

11月13日

Futari no..on tour ปล่อยสัตว์คืนสู่ป่า

ไดญี่ปุ่นรอไปก่อน บังเอิญมีปัญหานิดหน่อย เอาไอ้นี่ไปอ่านเล่นๆก่อนละกัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่31.10.05ไปเขาดินมา

ใช่...เขาดิน....หลังจากที่ไม่ได้ไปมาเป็นชาติ

คือความจริงวันนั้นตั้งใจจะไปงาน Coverกัน แต่วงที่Cover Luna Seaไม่เล่น พวกพี่ๆ เลยเปลี่ยนใจไปเขาดินกันแทน

นัดกันที่อนุสาวรีย์ตอน10.30 เรานั่งรถไฟฟ้าไปถึงที่นั่นตอน 10.10...เช้าไปว่ะ แดดก็ร้อนๆ...ทำไงดี

สุดท้ายก็นั่งรถไฟฟ้าเล่นไปถึงหมอชิต(มันเย็นดี) มีฝรั่งมาถามหา Sunday Market..รู้มั้ยว่าคือที่ไหน...ให้เวลาคิด 3 วินาที

1...

2...

3 ...

เฉลย..มันคือ.จจ.(จตุจักรอ่ะแหละ) ซึ่งตรูไม่รู้โว้ย... ยังดีมีพี่ผู้หญิงคนนึงอยู่แถวนั้นเลยตอบแทนให้ ส่วนเราก็ชิ่งไปขึ้นรถไฟฟ้ากลับไปอนุสาวรีย์

แถวอนุสาวรีย์....เคยไปซะที่ไหน พี่บีบอกอยู่หน้ารพ.ราชวิถี ไอ้เราก็ดูป้าย ออกประตู 3 ก็เดินลิ่วเลยนะ ใครที่เคยไปอนุสาวรีย์ด้วยรถไฟฟ้าคงรู้ใช่มะ ว่าทางออกด้านนั้นน่ะ มีทั้งทางที่เลี้ยวซ้ายลงบันไดไปเลย กะตรงไปข้างหน้าถึงสะพานลอยแล้วค่อยลง พี่บีบอกให้เลี้ยวซ้ายออก รออยู่ตรงป้ายรถเมล์ เราก็เดินลงมา...มองไปที่ป้ายรถเมล์

ไม่มีใครเลย....เอาล่ะสิ...อารมณ์เหมือนตอนหลงที่เยาวราชกลับมาอีกครั้ง...พี่บี...ป้ายไหนวะ

เดินขึ้นไปบนสถานีรถไฟฟ้าใหม่ เลี้ยวซ้ายเลยมันก็ทางนี้นิ แล้วพี่อยู่ไหนล่ะน่ะ

ลงไปรอบ 2 พระเจ้าช่วย โชคดีเจอจุ๋ม..มา...มาหลงเป็นเพื่อนตรู จุ๋มถามไหนพี่เอ๋บอกเราอยู่กะพี่บี...ก็กรูหลงอยู่เนี่ย จะไปอยู่กะเขาได้ไงล่ะ...

สุดท้ายถึงได้รู้ว่า ไอ้ซ้ายที่พี่บีบอก คือต้องเดินตรงมาถึงสะพานลอยแล้วเลี้ยวซ้าย.....มันผิดที่เราฟังไม่เข้าใจหรือเขาพูดไม่รู้เรื่องกันแน่วะ....

รอสมาชิกมาครบ 8 รายก็ยกพลขึ้นรถเมล์ไปเขาดิน...อากาศดีโคดเลยอ่ะ อุณหภูมิร้อนฉ่าทุกองศา(กรุณาอ่านออกเสียงแบบพี่แตนในเรื่องเพื่อนสนิท) คือเพิ่งรุหรือจำไม่ได้เนี่ยแหละ ว่าเขาดินมันอยู่ใกล้รัฐสภากะพระที่นั่งอนันตสมาคม

เตรียมบัตรนักเรียนมาด้วย เผื่อขอลดได้...แต่ไม่มีโปรโมชั่นว่ะ มีแต่เด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 30 ไอ้เราจะเนียนเด็กก็ไม่ได้แล้ว ชริ...ซื้อราคาผู้ใหญ่ก็ได้วะ

เป็นการเที่ยวเขาดินที่สนุกมาก....เดินไปแบกวีดีโอ 5 ม้วนไป(คือเราไปยืมLuna Sea มาจากพี่บี) .... โทษใครไม่ได้ นอกจากโทษตัวเอง...เมื่อยเว้ย!!! แต่สนุกจิงๆนะ 

 ดูเสือมีเสือขาวกะเสือโคร่ง พวกพี่เรียกเสือวนิลา กะเสือชาเย็น ตอนแรกเราก็บ้าจี้เชื่อด้วยนะเว้ย ทำไมชื่อมันแปลกๆวะ....โง่แดกละตรู

แล้วก็มีเสือไฟ แต่เสือไฟไม่อยู่ในกรง มีนู๋น้อยขี้สงสัยถามพ่อ พ่อๆ เสือไฟไปไหน พ่อตอบได้น่ารักมาก.....มันไปจุดไฟอยู่จ้ะ

...สักวันเด็กน้อยคงโตเป็นผู้ใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยความรู้....

เห็นเสือดำไฮเปอร์เดินวนไปเวียนมาอยู่แต่จุดเดิม พวกเราก็เริ่มตั้งข้อสังเกต จุดที่มันวนจะมีประตูเหล็กปิดอยู่ แล้วตอนมันเดิน มันจะเดินมาถึงแค่ประตู หยุด แล้วก็เดินกลับ ...พี่สักคนสรุป...เมียไม่ให้เข้าบ้าน...ครือ..ได้ข่าวว่ามันเป็นประตูเชื่อมกับกรงเสืออีกชนิดนะ...หรือจะเป็นรักข้ามชาติ...โอ้...น่าคิด...

ไปยืนดูค่างห้าสีแกล้งกันอยู่ในกรง...สนุกจริงๆเลย ถ้ามันแกล้งกันทั้งวัน เรายืนดูมันได้ทั้งวันเลยนะเนี่ย ตัวใหญ่กระโดดทับตัวเล็กๆหนีไปหาพ่อ พ่อเงยหน้ามอง ตัวใหญ่ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมไม่รู้ไม่ชี้....ละครลิงชัดๆ

สัตว์ส่วนใหญ่ไม่กินก็นอน....เหมือนเด็กไทยสมัยนี้เลยว่ะ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแดก....

เจอเรื่องน่ารักๆอีกเรื่อง คือพวกพี่ๆเขาสงสัยว่าทำไมสิงโตหน้าเหี่ยวจัง เดินไปสักพัก เจอป้ายหน้ากรงสิงโต เขียนว่า พวกเราเป็นสิงโตอายุมาก หน้าตาเลยไม่ค่อยดีเท่าไร อะไรประมาณเนี่ย...คนตอบช่างคิดดีว่ะ

ที่กินกลางวันที่เขาดิน ก็มี KFC แถวๆกรงงู แล้วถ้าเดินไปอีกสักพักก็จะมีร้านมาม่า เลือกได้ๆ.... แต่แบบ..ไม่น่าเจอKFCก่อนมาม่าเลยอ่ะ รู้สึกเปลืองเงินไงๆไม่รุ

แล้วถัดจากร้านมาม่าไปก็จะมีพวกเครื่องเล่นเด็ก แล้วก็มีCrazy bus

(รถคนบ้า...พี่สักคนเรียก) ที่เป็นรถให้นั่งแล้วมันก็จะหมุนขึ้นหมุนลง แบบเดียวกับพรมวิเศษของDreamworld อ่ะ แล้วก็มีคนอยากเล่น 2 คน.... ทั้งสองคนคือข้อพิสูจน์ของคำว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ (นึกภาพผู้ใหญ่อายุ 20 อัพเล่นเครื่องเล่นที่มีแต่เด็กนั่งอย่างสนุกสนานดูสิ ความจริงเราก็อยากเล่นเหมือนกัน แต่ถ้าจะเล่นไปdreamworldดีก่า)

โซนสัตว์เลื้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำคิดเงินเพิ่ม 10 บาท...เจอเต่าหวงก้างด้วย คือมันนอนทับกระบะอาหารเคี้ยวตุ้ยๆแต่เพียงตัวเดียวเลย ลองสังเกตความเร็วที่อาหารไหลลงคอ วัดได้ประมาณ 2 ซม.ต่อวินาที ช้าได้ใจจริงๆ เห็นเป็นลูกคลื่นเลยอ่ะ

เห็นกิ้งก่า 2 ตัวดูเหมือนจะทำอะไรกัน พวกพี่ก็เกาะกระจกพูดใหญ่...ประมาณ..(จับ)กดเล้ยๆ นั่นๆ มองตากันปิ๊งๆ.....

เราฟังไปหัวเราะไป สงสารเด็กที่อยู่ข้างหน้า 2 คนไป สะกิดเตือนพี่ให้ระวังว่ามีเด็กอยู่ข้างหน้า อย่าพูดอะไรให้เด็กมันเสียเลย แต่ตอนหลังคิดได้ว่าไม่น่าเล้ย เพราะไอ้เด็กมันตะโกนขึ้นมาว่า มันกำลังจะผสมพันธุ์กัน!!!!” 

แล้วกิ้งก่าตัวหนึ่งก็เหมือนจะขึ้นขี่อีกตัว แต่กิ่งไม้ที่มันเกาะอยู่มันอ่อน ก็เลยตกเตียง...เอ้ย...ตกกิ่งไม้กันทั้งคู่ (smว่ะ...พี่สักคนพูดขึ้นมา) ตกจากข้างบนมาต่อกันข้างล่างก็ได้ ไอ้ตัวผู้ก็ขึ้นคร่อม แต่สักพักก็เดินออกไป.....เราก็คิดในใจทำไมเร็วจัง ยังไม่ทันทำอะไรกันเลยนี่หว่า.... แต่ก็มีคนคิดแล้วปากพูดด้วยว่า อ้าว...ทำไมแค่รอบเดียวเอง (คือหวังจะให้มันต่อรอบอ่ะ...โห....พี่....สัตว์ยังไม่เว้นเลยนะ<<<โดนพี่ตอบกลับมาว่า ถ้าจับต้นไม้จิ้นได้คงทำกันไปแล้วล่ะ)

แล้วไปเล่นเกมFrog&Snake Hunt กัน...พูดง่ายๆก็คือการมานั่งหาว่ากบกะงูมันไปซ่อนอยู่หลืบไหนในตู้กระจกน่ะแหละ มีตัวนึงชื่องูคิง...สักอย่าง ไอ้เราก็นึก...โห.....ตัวคงควายโคด ก็นะ...มองหาใหญ่ ที่ไหนได้...กิ้งกือยังใหญ่กว่าเมิงเล้ย

แล้วก็มีพี่คนนึงพูดขึ้นมาเสียงแอบดังว่า "เฮ้ย...งูนมแดง" ไอ้เราก็งงดิ งูมีนมด้วยเหรอ พอเห็นป้ายเลยถึงบางอ้อ... Red Milk Snake..อ่ะนะ

ที่เขาดินมีจักรยานน้ำให้ถีบ แต่เราก็ไพล่ไปนึกถึงผู้ชาย 2 คนที่มาพายเรือด้วยกันที่สวนลุม..อ่า...อยากไปอีกจัง งานโคดหนุกเลย

เห็นรูปปั้นยียาฟกะม้ายาย(ศัพท์พี่ๆเขาน่ะ)ที่ดูแล้วอดจิ้นไม่ได้ ก็คนปั้นเขาปั้นให้ยียาฟโน้มหัวลงมาส่งสายตาหวานเชื่อมห่วงหาอาทรให้ม้ายายนี่หว่า แล้วจะไม่ให้คิดได้ไงล่ะ....

ก็เดินดูสัตว์ ถ่ายรูป บ้าๆบอๆไปตามประสา เรากะจุ๋มจะกลับบ้านก่อนเลยถ่ายรูปหมู่กันที่พระที่นั่งพิมานเมฆ คือฉากสวยๆก็มี แต่ตอนแรกพี่นัทเจ้าของกล้องไม่ถ่าย ไปถ่ายกันบนสะพานที่มีรถแล่นผ่านทุก 10 วิ ก็งงกันดิ....ไปถ่ายทำไมตรงนั้น เหตุผลก็คือ...ไม่มีที่ตั้งกล้อง

.....โห....เหตุผล....วานคนอื่นถ่ายให้ก็ได้นะพี่.....

สุดท้ายเลยขอให้พี่ยามถ่ายให้ แล้วเราก็ลากลับบ้าน

เห็นพี่ๆบอกว่าคราวหน้าจะไปทุ่งทานตะวัน....อยากรู้จัง ไม่มีสัตว์ให้จิ้นแล้วจะเอาอะไรมาจิ้น

 

>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ก-ฮ ของเรา

ง. เงิน : สิ่งที่ทำให้เราเสียเงินเยอะสุดๆคงไม่พ้นการ์ตูน J-rock แล้วก็พวกนิยายวายกะงานของบอร์ดHappyfamily(เขาทำเกี่ยวกับHarryอ่ะ) ดูๆค่าเงินที่เสียไปกับเรื่องพวกนี้แล้ว เป็นค่าเทอมได้ 2-3 ปีเลยมั้งน่ะ แต่เราก็เก็บเงินเก่งเหมือนกันนะ เคยเก็บได้เป็นหมื่นในเวลาไม่กี่เดือน แต่ถ้าซื้อของขวัญวันเกิดให้เพื่อนบางทีก็ทุ่มเหมือนกัน เพราะรู้ตัวว่าเงินส่วนใหญ่ใช้ไปกะเรื่องไร้สาระ เราเลยเก็บเงินซื้อเอง เก็บเงินเที่ยวเอง นอกจากอับจนจริงๆถึงจะขอพ่อสักที(ไม่นับค่าข้าวที่ได้เวลาไปโรงเรียนทุกวันนะ)

 

>>>>>>>>>>>>>>>>> 

Quote

ร้องเพลงมีพัฒนาการขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าเสียงจะเพราะขึ้นสักหน่อย

พี่โนะรินพูดตอนมีคนแซวเรื่องเสียงอิโนะรัน (รายนี้ก็แฟนอิโนะรัน...ตัวยงเลยด้วย)