| Adi's profile*Juanty*~*Inside*PhotosBlogLists | Help |
|
October 25 See you sometimes in the near futureอัพทิ้งทวนก่อนไปพิดโลก
วันที่ 27 จะไปแล้ว กลับไปเป็นสก๊อยชะนีตามคำอีบี (เพื่อนที่ม.กุมีแต่คนบอกว่าทรงนี้ดูดี มีแกนี่แหละ ชมซะงามเชียะ ชริๆ) ยังมิได้เจอเรนเจอร์ เด็กหลังห้อง และพี่ๆบอร์ดฟุเลย..(เว้นพี่บิ๊บ)
เมื่อกี้แว่บเข้าบอร์ดห้องมา หยากไย่เริ่มขึ้นละ ไม่อยากให้ร้าง แต่ตอนนี้ก็นึกไม่ออกว่าจะทำยังไงกะมันดี ไปFreshy Dent กะเชียงใหม่มา
ไปเจอเพื่อน+ส่องผช.กะหมาแพนดี้โดนยาเบื่อมา (เพื่อนๆทุกคนที่มาเพราะอยากเห็นหน้า...... ก็สมหวังกันแล้วล่ะนะ) ไปพม่ามา...นัยว่ากลับไปเยี่ยมบ้าน ไปตามหาBe With Youกะ Precious Timeมา (แต่ไม่เจอว่ะ หมดทุกร้าน เจอแต่QueerAs Folk ยกเซต600บาทมา เลยโทรไปหายอดให้มันกรี๊ดเล่นทีนึง) ไปกินVanilla Industryกะแม่มา ไปกินซุปฟักทอง สปาเกตตี้เส้นหมึกซอสครีมมะเขือเทศซีฟู้ด และปาแกตต์ไส้กรอกอิตาเลียนกับพริกหวานเผามา (ไส้กรอกรสเหมือนไส้อั่วผสมไส้กรอกอีสานหน่อยๆ) ฬ ทราบเกรดกันเรียบร้อย
มน.ทราบแค่ 3 วิชา อันเป็นสิ่งยืนยันว่ากุมันเด็กสายศิลป์จริงๆ...พับผ่าสิ!!! ตารางเรียนเทอมหน้ามาเป็นที่เรียบร้อย (ทำไมเทอมนี้มีแต่วิชาท่องจำฟระ)
วันจันทร์ (มันจัดตารางได้หอยหลอดกันอีกแล้วครับท่าน) 9.00-10.00 Biostat (ที่อยู่ดีๆเซคก็เต็มเด็กลงไม่ได้ซะงั้น ส่งผลให้ประชากรที่เหลืออันน้อยนิดต้องขวนขวายยื่นคำร้องเพิ่ม-ถอนรายวิชากันเอง...จำเริญ!!) 10.00-12.00 General Genetics 13.00-15.00 Organic Chemistry (เพื่อนๆฬเจอกันแล้วใช่มั้ยคะ มน.เพิ่งเจอค่ะ 5 หน่วยกิต...จ๊ออออด) วันนี้เรียนเสร็จลาตายค่ะ ถ้าเป็นตารางเก่าก็จะมีBodyเพิ่มมาอีกวิชาหลังOr Chem นัยว่าเรียนหนักๆเสร็จก็ไปวิดพิ้น วิ่งรอบโดมต่อ เป็นที่สนุกสนานยิ่ง วันอังคาร
09.00-12.00 Or Chem (Lab) 13.00-15.00 Biostat วันนี้เหมือนจะชิว เว้นแต่ว่าlabจะเป็นอะไรที่ยากยิ่ง วันพุธ
10.00-12.00 วิชาบังคับที่ทุกคณะต้องเรียน..... ภูมิปริทัศน์ภาคเหนือตอนล่าง... ชื่อหรูนะ แต่แถวบ้านเรียกสังคมศึกษา 15.00-17.00 Or Chem (อีกแล้วครับ) วันพฤ(วันนี้ชิวค่ะ ชิวโคด)
10.00-12.00 จำชื่อเต็มๆไม่ได้ ชื่อไทยแปลประมาณว่า คุณภาพชีวิต..something ประมาณนั้น อยากรู้อยู่เหมือนกันว่ามันเป็นไง 13.00-14.00 Human Behavior 15.00-17.00 (ถ้าจำเวลาไม่ผิดนะ) ลีลาศ <<ความจริงวิชานี้คณะเราลงไม่ได้ ต้องขอบคุณบลูบอยด์กะปุ้ม(และรุ่นพี่ด้วยป่าววะ) ที่ไปยื่นคำร้องจนพวกเราได้มาเรียนกัน วันศุกร์
09.00-10.00 ภูมิปริทัศน์ภาคเหนือตอนล่าง เว้น3ชม.ให้เตะบอลเล่นอีกแล้ว 13.00-15.00 Human Behavior เป็นอันว่าจบ
จากนี้อาจจะมีการอัพสเปซบ่อยขึ้น(รึเปล่า) ก็ต้องรอดูเนทหอเราแหละ ว่าจะเป็นใจขนาดไหน เทอมนี้ไม่มีเรียนคอม คงต้องอาศัยเนทหอสมุดเล่น แต่เราก็คงเข้าบ่อยๆแหละ เพราะต้องตามเรื่องbanner (งานนี้แหละที่พวกลุงๆจะได้รู้ความในใจของเรา >w<) หวังว่าคงมีใครจัดพรีมีทติ้งslave....และหวังว่าเราคงได้ไป... สาธุ
พีเอสซึ.ปาแกตต์ คือขนมปังhotdogค่ะ October 20 โชเน็น อนเมียวจิ จอมเวทย์ปราบมารเอ่อ...ไม่ได้อยากอัพทีเดียว2อันในคราวเดียวหรอกนะ อีอันข้างล่างชั้นตั้งใจจะอัพตั้งกะ2วันก่อน แต่อัพไม่ได้ เลยต้องรวบมาคราวนี้ทีเดียวเลย (ปล.ทำไมอัพรูปไม่ขึ้นฟระ) เพราะงั้นใครที่อ่านอันนี้แล้วช่วยอ่านอันข้างล่างด้วยนะ ***************************
ไม่ได้จะมารีวิวหนังสือนะ สามารถไม่พอ แค่อยากจะบ่นเท่านั้นแหละ คำเตือน: สำหรับผู้ที่ยังไม่ชินกะsun dance (สันดาน) ของเรา กรุณาทำใจก่อนอ่าน
เรื่องนี้เราอ่านเป็นฉบับนิยายของสำนักพิมพ์Bliss (ตอนนี้ออกมา4เล่มแล้ว) อยากดูอนิเมะเหมือนกัน รอคนเอามาโปรดอยู่เนี่ย ถ้าเทียบกับTACTICSที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอนเมียวเหมือนกัน ก็พอมีส่วนคล้ายบ้าง.. ที่เห็นได้ชัดคือผู้ช่วยตัวเอก(ขอย้ำ..ตัวเอก ไม่ใช่พระเอก) หล่อลากดินทั้งคู่ ทั้งกุเรน(โชเน็น) ทั้งฮารุกะ(แท็คติก)...... ฮู้ยยยยยย อาหารตาชัดๆ
ส่วนที่ต่างที่เห็นได้ชัด นี่แหละที่ทำเราช้ำ..เฮือก!!!! TACTICS มีชะนีเป็นตัวประกอบ ส่วนโชเน็นฯ....... อ่านแล้วอยากจะกรี๊ดสักล้านที เพราะมันมีชะนีเป็นนางเอก
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
โดยเฉพาะเนื้อเรื่องเล่ม 3 คุณยูคิ มิทสึรุดับจิ้นชั้นเรียบร้อยโรงเรียนวายไปแล้น...... ยกให้ชื่อคุณขึ้นเป็นนักเขียนดับจิ้นอันดับ2ต่อจากป้าเจเคเลย ฮือๆๆๆๆๆ ทำไมทำแบบนี้คุณยูคิ..ไอ้เราก็อิ๊อ๊างกุเรนxมาซาฮิโระอยู่ดีๆ คุณดันให้มาซาฮิโระไปหัวร่อต่อกระซิกกะแม่นางอากิโกะเฉยเลย ..ช้ำใจค่ะ... (คุณยูคิ: ชั้นจะไปรู้เธอมั้ยล่ะ ชั้นแต่งมาให้คนทั่วไปอ่าน ไม่ได้กะเอาใจสาวสังคมนิยมวายอย่างหล่อน โธ่...คุณยูคิขา.... สมัยนี้สาวนิยมวายก็มีจำนวนมากพอๆกะผู้ชายเกย์แล้วนะเคอะ...หรือมากกว่าวะ-"-)
ยิ่งอ่านยิ่งช้ำใจ ตอนท้ายเล่ม3จะส่งให้แม่นางอากิโกะเป็นสนมจักพรรดิให้ชั้นใจชื้นอยู่ดีๆ (เย้ๆ ชะนีไปแล้ว >.<) คุณยูคิดันให้ดวงชะตาหล่อนเปลี่ยนต้องมาพำนักที่บ้านมาซาฮิโระตลอดไปแทน หักหลังซะกระอักเลือดเลยนะคุณยูคิ...โฮกกกกกกกกกT_T
เอาวะ อย่างน้อยก็ยังมีฝั่งความรู้สึกของกุเรนให้เราได้อิ๊อ๊างบ้าง ไม่เป็นไรกุเรน ชั้นรู้ว่านายรักจริง มาซาฮิโระยังเด็ก ตอนนี้อาจยังไม่เห็นทางสว่าง เดี๋ยวชั้นเอาใจช่วยนายเอง คริคริ แหงสิ....ชะนีที่เพิ่งโผล่หรือจะสู้เทพหนุ่มที่คอยคุ้มครองมาตั้งแต่เกิดล่ะ เครดิตต่างกันเห็นๆ ชิชะ!
ยิ่งเขียนยิ่งรู้สึกถึงความจิตของตัวเอง -"- ขอหน่อยละกัน อยู่โน่นไม่ค่อยมีสังคมวายให้เข้าร่วม จนตอนนี้แม้ฟิคJI ยังนึกพล็อตไม่ค่อยออกเลย (อาการหนักนะเนี่ย!!!) แต่เรื่องนี้สนุกนะ ถ้าใครอยากลองหานิยายต่อสู้เล่มเล็กๆอ่านก็แนะนำ เหมาะแก่ประชาชนทั่วไป (แหงสิ!!!) ส่วนTACTICS ใครสนใจดูอนิเมขอเราได้ อันนี้สาววายน่าจะชอบ (แต่คนทั่วไปก็ดูได้นะ)
*จบข่าว* Journey To The Pastดูเหมือนช่วงนี้ชีวิตเราจะจมอยู่กับอดีต ...ทำไงได้... ก็ปิดเทอมนี้โคดจะว่างเลยนิ รู้สึกดีที่เก็บเอาไว้ จำได้ว่าแต่ก่อนเก็บไว้ในฟล็อปปี้A มันคือความสุขเล็กๆน้อยๆในชีวิต
...จริงเหรอ...
ถ้าขอได้ก็อยากไปดูlive Luna Sea ที่จะจัดปลายปีนี้นะ กลับไปจมกับอดีตต่อดีกว่า...(กระซิกๆ)
**************************** ปล. ขอโปรโมตหนังนิดนึง
ทำอย่างไรจึงจะรู้ได้ว่าหญิงที่เฝ้าฝันถึงทุกลมหายใจมีใจรักให้? ถ้าคุณยังจำความรู้สึกเหล่านี้ได้ คุณจะเข้าใจความรู้สึกของบิลลี่(ดีน เชลทัน) นักศึกษาปีสุดท้าย ผู้ไม่เคยพบความรักเลย ฉายที่ลิโด้ สยามแสควร์ที่เดียวเท่านั้น เริ่มฉาย23 ต.ค. อันนี้เวบของหนังโดยตรงhttp://www.lbiwake.com/ เหตุผลที่เชียร์เรื่องนี้นะเหรอ ไร้สาระดีเนอะ
เห็นเขาบอกนักแสดงคัดจากนักแสดงhollywood เลยนะ นางเอกเป็นดาวรุ่งจากWalt Disney และเนื่องจากนักแสดงเป็นฝรั่ง หนังเรื่องนี้จึงพูดอังกฤษทั้งเรื่อง ปล.เจ๊บี..ไม่ต้องเสียใจที่ไม่ได้ดู เพราะเราก็อาจจะไม่ได้ดูเหมือนกัน ฮือๆT_T ไม่ว่างอ่ะ October 07 เรื่องเล่า ตามสัญญา..เคยสัญญาไว้ ว่าจะเล่าเรื่องให้ฟัง
แต่ตอนนี้คาดว่าคงรู้กันทั้งวงการแล้วล่ะ แล้วเราก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่คร่ำครวญถึงมันอีก(ถ้าไม่จำเป็น) สรุปง่ายๆนะ
เราไปเรียนกวดวิชามา หลักสูตรเรียนรู้การมีแฟนและโดนทิ้งคอร์สเร่งรัด จบภายในสองเดือน บังเอิญสมัครคนแรกๆ
เขาเลยมีสิทธิพิเศษแถมให้ เราได้พบกับประโยคบอกเลิกสุดฮิต "กลับมาเป็นเพื่อนกันดีกว่า" "เบื่อ ไม่คิดจริงจัง" "เราต้องหาคนที่ดีที่สุดสำหรับเรา" (แล้วเผอิญกุไม่ใช่-"-) แถมท้ายปิดคอร์สด้วยการเห็นผู้ชายคนนั้นเดินกับแฟนใหม่
ซึ่งบังเอิญเป็นแฟนเก่าที่เคยคบกันมาก่อน ภายในเย็นวันที่โดนบอกเลิกนั่นแหละ ....ช่วยขำกับมุกเราทีเหอะ....
ฟังดูเหมือนผู้ชายเลวเนอะ
เราก็คิดงั้นแหละ....555+ ไม่หรอก มันไม่ได้เลวหรอก ชั้นว่ากว่ามันจะพูดออกมาได้มันคงพยายามแทบตาย ก็เล่นไม่ค่อยพูดกะชั้นตั้งเกือบสัปดาห์เลยนิ..ก่อนบอกเลิก ที่มันบ้าคือชั้นเองต่างหาก
รู้แต่แรกแล้วว่าเขาไม่จริงจังก็ยังคิดจะไปคบด้วย ก็เก็บ 2 เดือนนั้นไว้เป็นความทรงจำละกัน
ว่าครั้งนึง เคยมีคนให้ความสำคัญกับเราขนาดไหน และการที่เราชอบใครสักคนมากๆ จนแทบจะมีเขาเป็นศูนย์กลางของชีวิตเรามันเป็นยังไง อะไรที่มันเป็นของเรา ไม่ว่ายังไงมันก็เป็นของเรา
แต่อะไรที่มันไม่ใช่ ต่อให้พยายามยังไง มันก็ไม่มีทางใช่ เสียแฟน แต่ได้เพื่อนที่รู้จักเรามากกว่าใครมาอีกคน
...มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่นักหรอก.... (เว้นแต่มันไม่อยากจะเป็นเพื่อนกับชั้นน่ะนะ) ...ทางเดินของเรา คงเป็นดังเส้นขนาน ที่แม้ไม่มีทางจะบรรจบกัน แต่จะเคียงคู่กันไปตลอดกาล...
เกิดมาแค่เพียงได้รักกัน สุดท้ายไม่เป็นอย่างฝันชั้นยอมทำใจ September 05 2Months ago....มีเรื่องอยากเล่า
สัญญาว่าจะกลับมาเขียนต่อ
แต่ขอเวลาเราหน่อย
เพราะตอนนี้เรายังไม่สามารถพิมพ์โดยไม่ร้องไห้ได้เลย May 25 ิีิีBUS OF LIFEชีวิตของเรา ก็เหมือนกับรถบัสที่มีตัวเราเป็นคนขับ ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคือผู้โดยสารของเรา บางคนขึ้นรถมาแป๊บเดียว แล้วก็จากไป แต่บางคนก็อยู่กับเราจนถึงตอนนี้ บางคนทำให้เราเศร้า แต่บางคนก็ทำให้เราหัวเราะ และมีบางคน ที่เราแอบยื่นบัตรVIPให้เขา แม้ว่าเขาอาจจะไม่ต้องการมันก็ตาม รถของเราตอนนี้ กำลังมุ่งหน้าจากป้ายเตรียมอุดมศึกษาไปสู่สองแคว เพื่อนเก่าๆ....ลงจากรถไปตามทางของพวกเขากันหมดแล้ว เมื่อไปถึงสองแคว ก็คงจะมีผู้โดยสารหน้าใหม่ๆขึ้นมาอีก และร่วมทางกับเรา ไปสู่ป้ายข้างหน้า ที่ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าคือที่ไหน แต่เราเชื่อว่า... ตราบใดที่เรายังขับรถของเราต่อไปเรื่อยๆ เราก็คงได้พบกันอีก ประตูรถของเรา จะยินดีต้อนรับผู้โดยสารคนเก่าๆเสมอ เพราะมันไม่ใช่การจากลาชั่วชีวิต ตราบใดที่เรายังคงเดินทางต่อไป...เราต้องได้พบกันอีกแน่นอน . . . . อย่าถามอะไร ว่าชั้นทำไมต้องจาก อยากให้คิดว่ามันคือทาง ที่ชั้นต้องแยกไป จุดหมายที่มี วันนี้เธอคงเข้าใจ อยากให้วันสุดท้าย เป็นช่วงเวลาที่ดี *แม้ไม่อาจจะมองเห็นกันด้วยตา แต่ก็รู้ว่าเราจะมี ความรู้สึกต่างๆที่ดีให้กันและกัน แม้ไม่อาจจะบอกเล่าความห่วงใย แต่ให้รู้ว่าทุกๆวัน จะมีชั้นคนนึง ที่เฝ้ามองเธอผ่านฟากฟ้า **หนึ่งคำสัญญา ที่คิดว่ามีค่าพอให้เธอ นั่นคือจะเหมือนเดิมเมื่อกลับมาหา อาจเป็นแค่เพียง หนึ่งคำที่ได้สัญญา แต่จะรักษามันด้วยหัวใจ กับทุกเวลา กับทุกนาทีที่ผ่าน คงไม่ใช่เป็นเพียงวันวาน ที่ลบมันง่ายดาย และขอสัญญา ไม่ว่าจะเจอสิ่งไหน เธอจะยังคงเป็น ส่วนที่งดงามเสมอ... (re*,**) specila thx-- เพลงหนึ่งคำสัญญา ของ แอนเดรีย สวอลเลซ เคนคุง(นักร้องนำFAKE?) กับบทสัมภาษณ์ที่น่าประทับใจ จนเราขอจิ๊กมาใช้ในครั้งนี้ เพื่อนๆทุกคน ทั้งที่เข้ามาอ่านและไม่ได้เข้ามา อยากบอกว่าคิดถึงมากๆเลยนะ อีก 2 วันเราก็จะไปแล้ว แต่อีกไม่นานเราก็คงได้พบกันอีก เมื่อถึงตอนนั้น...มาสนุกกันให้เต็มที่อีกครั้งนะ *...kono ai wo wasurenai...* May 24 chamber of secretกะลังสองจิตสองใจว่าจะเขียนไดต่อดีรึไม่...
ไปอ่านไดนู๋ปอนด์ดันเจอtagมาซะได้
ความลับของเรา 5 ข้อเหรอ...อะไรดีล่ะ....
1. เราเคยจะฆ่าตัวตาย.....ตอนประถม
พวกลูกคนสุดท้องขึ้ใจน้อยก็งี้แหละ ทะเลาะกะพี่แล้วก็โดนพ่อแม่ดุทั้งคู่
ไม่คิดอยากจะอยู่ต่อ อยากหนีออกจากบ้านบ้าง หนักสุดก็คืออยากฆ่าตัวตาย
ไปนั่งอยู่นอกห้อง หยิบมีดมา1เล่ม กะจะกรีดข้อมือตัวเอง
แต่สุดท้ายก็ป๊อด.....เอามีดมานั่งจิ้มถุงเซ็นทรัลระบายอารมณ์เล่นแทน....
ถึงตอนนี้ยังคิดอยุ่เลยว่าเราบ้ามากๆเลยล่ะ ที่คิดจะทำอะไรแบบนั้น
แล้วก็ดีใจนะ ที่ไม่ได้ทำลงไปจริงๆ
2. ขยันหลงกะพ่อแม่มาก ตอนเด็กๆ
เวลาเดินไปเที่ยวเราชอบหยุดดูโน่นดูนี่ อยากรู้อยากเห็นตามประสาเรา (มิน่า...โตมาถึงชอบเสือก)
ครั้งนึงไปดิสนีย์แลนด์ที่เมกา มัวเดินดูดิสเพลย์เพลินไปหน่อย
หันไปอีกที บุพการีหายไปแล้ว
ตกใจแทบตาย..แต่ก็ยืนอยุ่ที่เดิมไปเรื่อยๆน่ะแหละ
สุดท้ายพ่อก็วิ่งมารับ ตอนนั้นแหละถึงได้ปล่อยโฮเลย
แล้วความจริงแล้ว พ่อแม่อยู่ที่ร้านอาหารห่างจากที่เรายืนอยู่ไป2ร้านเท่านั้นแหละ (กรำ-"-)
อีกทีก็ไปหลงที่เซ็นทรัลชิดลม ดูเครื่องเขียนเพลิน พ่อแม่หายอีกแล้ว
แต่โชคดีที่เราอยู่ใกล้ประชาสัมพันธ์ เราเลยไปให้เขาประกาศหาพ่อแม่ให้
3.ชอบแต่งฟิคตอนนอน
หัวถึงหมอนไม่เคยหลับหรอก จะนอนแต่งฟิคไปเรื่อยแหละ
ทุกสถานที่ ไม่ว่าจะนอนที่ไหนก็ตาม
บางทีแต่งออกมาเศร้า ร้องไห้ ต้องลุกขึ้นมาควานหาทิชชู่ก็มี
แต่ไม่เคยเอาเรื่องที่แต่งตอนนอนมาเขียนเลยสักเรื่องเดียว
เพราะส่วนใหญ่มันจะเป็นเรื่องยาว...
แล้วหลังๆชักหนัก ฝันเป็นพล็อตฟิคเพียบเลย สร้างหนังได้หลายเรื่องเลยล่ะ
4.อยากเป็นเชียร์ลีดเดอร์
มันคือความรู้สึกส่วนลึกของเราที่มีมาเนิ่นนาน จนถึงบัดนี้ก็ยังอยากอยู่
ความจริงตอนอยู่เตรียมนี่โอกาสเหมาะเลยนะ เพราะเขาไม่คัดหน้าตา
แต่แค่เรียนให้รอดยังแทบจะไม่ไหวเลย ก็เลยอดไปตามระเบียบ
นี่เราพูดจริงนะนี่!!!
ทั้งชีวิตเคยได้เป็นลีดแค่ตอนอนุบาลเอง
ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอยากเป็นหนักหนา
เวลากีฬาสีที่เซนต์โย พอกลับบ้านก็จะมาเต้นลีดที่บ้าน จำท่าได้เยอะมากๆ
แรดเนอะ
สุดท้ายยยยยย
5.เคยเอาหางจิ้งจกไปใส่ไว้ในตู้เย็น
เรื่องของเรื่องก็คือเราเจอจิ้งจก เราก็เลยจะเอาเท้าแตะมันเล่น
ตามสัญชาตญาณมันก็เลยปล่อยหางตัวเองทิ้งไว้ไง
ด้วยความที่เกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อน กระตุ้นต่อมเสือกอย่างรุนแรง
เราเลยเอาหางจิ้งจกมาพิจารณา แล้วก็เกิดความคิดว่า...กุน่าจะเก็บไว้นะ
เลยเอาไปล้างน้ำ ใส่ถุงพลาสติก เย็บปากถุง แล้วก็โยนเข้าช่องแข็ง
เก็บไว้ประมาณ 3 วัน พ่อแม่เห็นก็ไม่ว่าด้วยนะ
สงสัยเข้าใจอารมณ์อยากรู้อยากเห็นของลูกมั้ง
แต่หลังๆตู้เย็นชักเต็ม+ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไมเหมือนกัน
ก็เลยเอาทิ้งไป
ตอนนี้ชักเสียดาย....ชั้นน่าจะเอามันมาผ่าก่อนทิ้งนะ เหอๆ
อยากtag ต่อเหมือนกันแฮะ แต่คนที่อยากให้ทำไม่เคยเข้ามาอ่านเลยนิ
แล้วเพื่อนๆก็ทำกันไปหมดแล้วด้วย
ถ้าใครหลงเข้ามาอ่าน ขอบอกว่าคิดถึงนะจ้ะ >w<
March 29 300....หนังเรื่องนี้..มีแต่นมกับกล้ามวันนี้บูมพาไปเลี้ยงบะหมี่จับกัง หมายถึงราเม็นเตย์น่ะ...(เกือบกินไม่หมดแหล่ว..) แล้วก็เลยไปดูหนังกันต่อ... หลังจากคิดอยู่นานว่าจะดู Mr.Bean ตามใจคนเลี้ยง หรือGhost Rider (ที่อยากดูครึ่งไม่อยากดูครึ่ง) สรุปเลยไปดู300 (...แล้วกุจะคิดมากทำไมเนี่ย-“-)
ข้อแนะนำสำหรับคนที่จะดูหนังเรื่องนี้ กรุณาดูโรงดิจิตัล...ถ้าคุณไม่อยากเห็นผ้าคาดหน่มหน๊มแบบเสียอารมณ์ (เราไปดูSF มาบุญครองมา โชคดีเป็นดิจิตัล) ก็ไม่เข้าใจแหละ มันเซ็นเซอร์นมแต่ปล่อยให้เห็นภาพหัวขาดแบบเต็มๆ เซ็นเพื่อ?... เอาเหอะ กบว.ไทยไม่ค่อยได้มาตรฐาน(<< อ้างอิงจากอุดม แต้พานิช)
หนังบ่าย2 มีเวลาอีกชั่วโมงเลยไปดูแว่นเป็นเพื่อนบูมที่โบนันซ่า ผ่านร้านนึงเห็นอาเจ๊คนขายกะลังปีนเก้าอี้ยืนหันหลังให้...บูมจะดูแว่นก็เรียกเขา เจ๊แกหันมาตอบด้วยสีหน้าขัดใจเจ๊มากว่า “พี่กำลังไหว้พระค่ะน้อง ไปเดินเล่นก่อนสักพักค่อยกลับมานะคะ” เอ่อ...พี่ขา...คราวหน้าหาป้ายมาตั้งด้วยนะคะ “กำลังไหว้พระ กรุณาอย่ารบกวน” เดี๋ยวพวกหนูไปกวนพี่อีกจะบาปซะเปล่าๆ...กุจะรุมั้ยวะ
ระหว่างที่รอเข้าโรง ดูหนังตัวอย่าง... เราพยายามมองจอหนังตัวอย่างผ่านช่องแคบระหว่างคอฝรั่ง (ฝรั่งมาดู300กันเยอะ) แล้วก็มีพี่ไทยหัวดำๆมาปิดช่องแคบกุ...ชวนจิตหงุดเงี้ยวจิงๆ(ห้ามผวนนะ) เราเป็นคนชอบดูหนังตัวอย่างมากเลยนะ ถ้าถามว่าเราชอบดูหนังเรื่องไหนมากที่สุด ก็นี่แหละ..หนังตัวอย่าง
คนที่นั่งข้างๆเราเป็นฝรั่งแหละ เป็นครั้งแรกที่ดูหนังฝรั่งแล้วมีฝรั่งมานั่งข้างๆ ตอนเพลงสรรเสริญพระบารมีจบ แอบได้ยินเขาหันไปกระซิบกับคนที่มาด้วยว่า “COOL” ชั้นว่าชั้นหูไม่ฝาดนะ...ได้ยินแบบนั้นจิงๆ ปลื้มค่ะ...ปลื้ม
ก็ไม่ได้จะมาสปอยล์หนังหรอก เพราะเราจำชื่อตัวละครไม่ได้สักตัว ตั้งชื่อคล้ายกันมากมาย รู้แต่เป็นหนังเหมาะกะคนทุกเพศ (ทุกวัยด้วยรึเปล่าก็ไม่ทราบ) ผู้ชายมาดูนม ผู้หญิงมาดูกล้าม...(อาจจะสลับกันบ้างสำหรับบางคน) เพราะมันยั้วเยี้ยเต็มจอไปหมด แต่เราชอบบรรยากาศของหนังนะ มันนัวร์ๆดี ฝรั่งข้างๆเราเส้นตื้นเหลือหลาย บางฉากก็ไม่เข้าใจว่าเฮียแกจะหัวเราะทำไมเหมือนกัน
พระเอกตอนเด็กๆเห็นแล้วอยากไปรับเป็นลูกบุญธรรมชะมัด...เด็กอาไร้ น่ารักเหลือเกิน พอโตเป็นหนุ่ม...วิ้ว...เสียดายมิได้เอาผ้าเช็ดหน้ามา จะซับน้ำลาย..เอ้ย...ความมันบนใบหน้า ชักรำคาญ...หน้าเราเริ่มมันเยิ้มเหมือนน้ำมันค้างปี แต่พระเอกตอนหนุ่มๆหล่อจริงๆแหละ
หัวหน้าตัวร้าย....ว่าไงดีละ....เป็นผู้ชายที่แสดงความแรดออกมาทางสีหน้าได้อย่างเปิดเผยมาก สามารถจับไปเล่นเป็นนางร้ายช่อง 7 ได้สบาย... หน้ามันแรดได้ใจจริงๆ บางฉากแอบมีคำพูดให้เราได้อิ๊อ๊างเล่นๆ... แหม...หนังผู้ชายล้วนๆ เท่ๆ กล้ามโตๆก็เงี้ยแหละ ต้องมีหลุดมาให้จิ้นบ้างเป็นธรรมดา(สำหรับเรา)....
ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดีในระดับหนึ่ง ไม่น่าเบื่อ..แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นประทับใจจนปลาบปลื้ม ถ้าใครว่างๆอยากดูหนังแต่ไม่รู้จะดูอะไร เราขอแนะนำเรื่องนี้ก็แล้วกัน จบข่าว...
พีเอสซึ...สำหรับคนที่ไม่เคยกินราเมนเตย์(Ramentei) แล้วสนใจ มันมี 2 สาขานะ(เท่าที่เรารู้)
ที่นึงอยู่แถวๆธนิยะ อีกที่อยู่สุขุมวิท33/1 นั่งรถไฟฟ้าไปลงพร้อมพงษ์แล้วดูแผนที่ตรงสถานีเอา ง่ายๆ
แต่เราแนะนำให้ไปกินที่พร้อมพงษ์นะ เพราะร้านมันอยู่ตรงข้ามกะร้านขนมแสนอร่อย custard nakamura
ราคาราเมนประมาณ120-180 ไซส์จับกัง ถ้ากลัวกินไม่หมดแนะนำให้สั่งชามเล็ก ราคาก็จะลดลงมาหน่อย
เมนูแนะนำก็ราเมนราดแกงกะหรี่
March 12 Words I didn't say.....หลายครั้งที่เราคิด.... ถ้าหากเราพูดออกไปให้มันรู้เรื่องทั้งหมด.....ทุกอย่างจะเป็นแบบนี้ไหม.... พูดให้ชัดเจน...ว่าการที่เราบอกไปว่าชอบน่ะ.... ...แค่อยากให้รับรู้แค่นั้น... ไม่เคยหวัง... ว่าจะได้เป็นคนรัก เป็นคนสำคัญมากกว่าใคร เพราะแค่ในฐานะเพื่อนที่สนิทที่สุดที่ได้มา....มันก็มากเกินพอแล้ว.....
วันนี้อ่านฟิคJIของพี่เชค...เรื่อง Exactly where I'd be คนอื่นอ่านแล้วยิ้ม...แต่เรานั่งร้องไห้.... ก็โดนตอกย้ำไปเต็มๆนี่นะ....
“ทำไมนายถึงไม่บอกหมอนั่นไปให้จบๆ นะ ว่านายรู้สึกยังไง” “Ryu กับ Sugi น่ะตอนนี้ไม่ได้คุยกันอีกแล้วใช่มั้ย กลายเป็นคนแปลกหน้ากันไปแล้ว ฉันไม่อยากเป็นแบบนั้น”
เพราะเราก็คิดแบบนี้เช่นกัน ถึงใช้เวลาเกือบปีในการตัดสินใจ....ว่าจะบอก หรือไม่บอก ไม่อยากถูกทำดั่งเช่นคนแปลกหน้า....เพราะมันจะทำให้เราเจ็บปวดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด การถูกทำเหมือนไม่มีตัวตน...เรารับมันไม่ไหวหรอกนะ...
ทั้งๆที่รู้แบบนี้...แต่เราก็พูดออกไปจนได้ ในวันนั้น ทางโทรศัพท์ หลังจากชวนมันคุยสัพเพเหระยืดยาว...เราก็พูดมันออกไป...
“ ตอนที่นายบอกความรู้สึกนายกับฉันน่ะ…ไม่กลัวบ้างเหรอ?”
ความกลัวมีอยู่เต็มอก...วันพรุ่งนี้ เจอหน้ากันที่โรงเรียน เราจะเป็นยังไง.... แกจะยังทำตัวกับชั้นเหมือนเดิมหรือเปล่า....
“มันคุ้มแล้วเหรอ ที่จะได้จูบซักครั้ง หรือเดินจูงมือ หรืออะไรก็ตาม แลกกับการที่สุดท้ายก็ต้องจบกันอยู่ดี”
ชีวิตจริงเราไม่คิดถึงขนาดนี้หรอก....ถามตัวเองแค่ว่ามันคุ้มหรือเปล่าที่เราได้บอกความรู้สึกของเราออกไป แม้จะเสี่ยงที่ต้องสูญเสียมันไปก็ตาม... แต่ตอนนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเรา 2 คน ก็แย่จนไม่รู้จะแย่ยังไงแล้ว ก็ปลอบใจตัวเองอยู่ทุกวัน... ‘มันคงไม่แย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ’
ก็เพราะตอนนั้นคิดตื้นๆไปอย่างนั้น....ผลมันถึงได้ออกมาเป็นอย่างนี้ไง
“ถ้าถามฉัน ฉันก็ว่ามันคุ้มแล้วแหล่ะ ที่บอกนายไปตอนนั้น ถึงตอนนี้เราจะไม่ได้เป็นอะไรอย่างงั้น แต่ฉันจะคาดหวังอะไรล่ะ แต่งงานตอนจบเรอะ ? รักกันไปตลอดชีวิต ? ไม่เอาซะละ เรื่องแบบนั้นมันยุ่งยากเกินไป”
ประโยคที่ควรจะพูดออกไป...แต่เราก็ไม่ได้พูด... ถ้าเราพูดกับมันได้แบบนี้..ทุกอย่างมันจะเป็นแบบนี้ไหม... หลายครั้งที่คิดจะโทรไปหา อยากพูดคุยกันให้ชัดไปเลย ว่าที่พูดว่า “ชอบ” ไปเนี่ย....เราไม่หวังอะไรทั้งสิ้น.... แค่อยากให้รับรู้ก็แค่นั้น......
....มันจะรู้มั้ย ว่าเราคิดแค่นั้นจริงๆ..... ขอแค่ให้ชั้นได้เป็นเพื่อนสนิทของแกเหมือนที่เคยเป็น อย่าสนใจความรู้สึกเราเลย แค่รับรู้ไว้ก็พอ... แค่นี้...เราก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว.....
บางครั้ง...เราก็เกลียดตัวเองเหลือเกิน ปากมาก...พูดในเรื่องที่ไม่ควรจะพูด... แต่เรื่องที่ควรจะพูดกลับไม่พูด.... แล้วผลของการกระทำทั้งหมด.....ก็มีแต่จะทำร้ายตัวเรา
เหตุการณ์ผ่านมา 3 ปี.... เรากับมัน....เป็นแค่เพื่อนที่เคยสนิทกัน หลังจากจบม.ปลาย.....พวกเราอาจจะเคยเป็นแค่คนรู้จักกัน เดินผ่านกัน...ทักทาย....ก็แค่นั้น
3ปี....เราทำใจกับมันไปได้...99% อีก1% ...ยังหลงเหลือไว้เวลาใครมาสะกิดแผลเก่าแบบนี้ไง แต่ก็คงมีสักวันแหละ....ที่มันจะถึง100% ต่อให้ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม.....
Special THX พี่เชค ที่ให้แตงจิ๊กฟิคพี่มาประกอบความรู้สึก (พวกตัวเอนทั้งหลายน่ะ) ฟิคพี่เรื่องนี้สุดยอดมั่กๆ March 07 SONGS OF MY LIFEเล่นtag ดีก่า.... ไม่ได้โดนใครเขาtagมาหรอกนะ แต่อยากทำ โอ้โห... แน่ใจนะว่าเพลงเปิด You know he's got my soul to keep And now he's made me week and he says to me "Yeah you wanna play my game?"
เปิดมาปีศาจร้ายก็เอาวิญญาณเราไปแล้ว เพราะงั้นก็ไม่ต้องแปลกใจล่ะนะ ว่าทำไมเราเป็นแบบนี้-“- ไม่รู้เนื้อว่ะ แหะๆ
ตื่นขึ้นมาในโรงละคร สภาพตัวเองเหมือนเป็นลูกนอกสมรสของนางเอกกะเจ้าของโรงละครอ่ะ
(แปลไทยนะ) ฉันยังอยากที่จะฝันต่อไป...โดยไม่มีการยอมแพ้ ฉันอยากจะทำให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้...แม้จะไม่มีเวลาเพียงพอ
ดูตั้งใจเรียนดีเนอะ กระตือรือร้นดี Hey you If you wanna get a little high Let Kensas get a little bright Delight! I’ll dream it too I’d forever give you my love, I would Try to keep you from turning to baby blue
เราคือหุ่นกระป๋อง ต้องการหัวใจจากโดโรธี...แล้วใครจะเป็นโดโรธีให้กุล่ะ นี่ก็ไม่รู้เนื้อ..
เห็นมั้ยว่าเราสันติขนาดไหน เอาความรักเข้าสู้.... (ไถไปเรื่อย –“-)
Breaking Up – 5 Centi. / Wat เนื้อไม่รู้คำแปลไม่รู้ เอาแล้วไงล่ะ..
จากเคยรักกันหวานชื่น ตอนนี้ 5 เซนก็ยังไม่อยากเฉียด (ยัง...ยังแถจากชื่อเพลงได้อีก) Prom – Crazy About You/ Luna Sea Crazy about you I can’t live without you โอบกอดความรู้สึกที่กำลังเอ่อล้นเหล่านี้ไว้ Crazy about you I can’t live without you มากกว่าค่ำคืนที่ไม่มีวันจบสิ้นนี้ Crazy about you I can’t live without you ฉันสามารถสัมผัสเธอ...ในตอนนี้
กายแนบชิดเต้นรำกัน.....คลอเพลงsilly fool….แหงแซะ...
เธอใช่ไหมที่หัวใจของฉันผูกพัน และคือเธอเท่านั้น วันนี้ฉันเพิ่งจะเข้าใจ ไม่มีเธอมันดูเหงา ยิ้มเศร้าๆบอกตัวเองไว้ นี่ไงโลกที่ไม่มีเธอแล้ว บางครั้งก็ดูเหมือนเราไม่ค่อยเห็นความสำคัญกับคนที่ให้ความสำคัญเราสักเท่าไหร่นะ แต่ตอนนี้ชีวิตเรายังไม่ถึงขั้นเพลงนี้หรอกนะ เธอมองฉันเป็นตัวจริงที่หามานาน หรือคบฉันหนีความเดียวดาย ถ้าคบกันโดยไม่จริงใจ..เป็นใครก็จิตตกละว้า... Driving Far Away – Sekai ni hitotsudake no hana/ smap ไม่พิมพ์เนื้อนะ น่าจะร้องกันได้ แต่แถไม่ได้ว่ะ...หมดปัญญา...
Love Scene – กลัว/ ปาล์มมี่ เพราะว่าใจกลัว กลัวว่าเธอจะทิ้งกัน จากไปลืมคนที่เคยบอกรักกัน
ไม่นะ..นี้ชั้นจะถูกฟันแล้วทิ้งใช่มั้ย...ม่ายยยยยยยยยย ไม่รู้เนื้อเช่นกัน
ถ้าจะย้อนเวลากลับไป เราก็คงกลับไปในช่วงที่มีความสุข กับคนที่เรารักแหละ... Somewhere dokoka ni iru taisetsu na only one
ตั้งแต่วันนี้...เธอและฉันจะไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป ขี้เกียจหาเนื้อแหล่ว อ้าว...ชั้นแท้งเรอะ อันนี้ขี้เกียจพิมพ์เนื้อ ปล่อยlove Punch ด้วยพลังแห่งความรัก เราจักชนะศัตรู!!!
Waiting here for you It’s late past midnight Are you trying to get home I hope your safe
ถึงจะแพ้ แต่เราต้องมีชีวิตรอดกลับมาให้ได้ นานเท่าไหร่ชั้นก็จะรอ
….
เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน...ชั้นยังไม่อยากต๊ายยยยยย......แหง่ก.....(วิญญาณหลุดไปแล้ว) Feel all my chemical devide As they turn from blasck to white Am I coming back to life? Is it all returning?
-“-
ฟื้นจากความตาย..ใครๆก็กลัว...คงได้แต่ออกเที่ยวตอนกลางคืนแบบนี้ไปตลอดกาลล่ะนะ
โคดเหนื่อย..แฮ่กๆๆๆๆ กว่าจะเสร็จ ใครอยากเล่นก็เอาไปเล่นก็ได้นะ
แต่ลุงกันต้องเล่นนะ สัญญาเราไว้แล้ว November 25 Nippon diary 302.10.05 กินอาหารเช้าในโรงแรม เป็นบุฟเฟต์ และที่นี่ก็ทำให้เราได้รู้ว่าcornflake กะ cereal มันเป็นอาหารคนละอย่างกัน ทานเสร็จพวกทัวร์จะไปชินจูกุกัน แต่กลุ่มของเราจะแยกไปโอซาก้าเลย ทาคามิเนะซังซึ่งกลับมาญี่ปุ่นแล้วอุตส่าห์ช่วยมาดูแลเรื่องไปชินคันเซนให้
Pic1. ถ่ายในโรงแรม Pic2-9. สถานีอิเคบุคุโระ ซื้อตั๋วชินคันเซนเดินาทงตอนบ่าย3บ่าย4 ยังพอมีเวลาเลยไปเที่ยวฮาราจูกุกัน Pic10-14. ถ่ายที่ฮาราจูกุ ผู้ชายที่ยืนข้างๆเราก็คือทาคามิเนะซัง Gothic Lolita เต็มเลยอ้า... เจอหมวกแบบGothicใบนึงสวยมากเลย แต่แพง เลยไม่ได้ซื้อ (อยากได้ๆๆๆๆ) กางเกงพวกGothicสวยๆทั้งนั้นเลย ถ่ายโปสเตอร์Hideให้เพื่อนที่ปทุมวันดูด้วย Pic15-16. 1ในของน่าลองที่ญี่ปุ่นนอกจากsoftcream กะเค้ก เครปญี่ปุ่นไง ไส้เยอะดี เห็นแล้วไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นเครปรึเปล่า แต่เราไม่ได้ทาน เพราะจะกินข้าวกลางวันกัน Pic17. ทานกลางวันกันที่นี่ เป็นร้านข้าวหน้าของทอด เมลอนทอดอร่อยดี Pic18-20. สถานีHarajuku และตึกด้านนอก
กลับจาฮาราจูกุไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรม แล้วกลับไปที่สถานีอิเคอีกรอบเพื่อนั่งรถไปสถานีโตเกียว โคดเหนื่อยอ่ะ แบกกระเป๋าใบเท่าควายขึ้นลงบันไดเกือบ10รอบ(ไม่มีลิฟต์เว้ย) แถมวันนี้อากาศร้อนตับแลบ ขึ้นชินคันเซนทีแทบสลบ Pic21-22.ตั๋วชินคันเซนและเราบนชินคันเซน Pic23.สถานีที่ลง
ยามาดะซังกับวาดะซังมารับ ฝนตกหนักมาเลย กว่าจะถึงบ้านยามาดะซังเล่นเอาเปียก ค่าแท็กซี่ก็แพงบรม(ถ้าไม่จำเป็นอย่าขึ้น) Pic24-25. ห้องที่โอก้าซัง(เราจะเรียกแฟนยามาดะซังว่าอย่างนี้นะ)จัดให้(อยู่ชั้น 2 บันไดโคดชัน เกือบเอาชีวิตมาทิ้งตอนแบกกระเป๋าขึ้นแล้วอ่ะ) แล้วก็มุมหนึ่งของห้องทานข้าว มื้อเย็นเป็นเทมปุระ(อีกแล้ว) ช่างเหอะ และเราก็ได้รู้ว่าคนญี่ปุ่นจะดื่มเบียร์แล้วตามด้วยเหล้า คือพอเบียร์หมดไปประมาณ 2 แก้ว เขาก็จะทานเหล้าตาม...เมาตายห่ะ
จบวัน3 TBC >>>>>>>>>>>>>>>>> ก-ฮ ของเรา จ.1เจไอ(JI) : 1ในคู่คลาสสิค(นอกจากSR)และคู่โปรดในวงLuna Sea ของเรา เจก็คือมือเบสของวง ส่วนไอคืออิโนะรัน 2คนนี้ชีวิตจริงเป็นเพื่อนกันตั้งแต่มัธยม รู้จักและทำงานมาด้วยกันเกินครึ่งชีวิต ความรู้สึกของเราเวลาได้ฟังเรื่องของทั้งคู่มันแบบ..น่ารักอ่ะ แล้วฟิคของ 2 คนนี้จะเป็นแบบอบอุ่น เรียบง่าย น่ารัก เราเลยชอบไง (แต่รู้สึกในบรรดาฟิคที่เราแต่ง7-8เรื่อง มีJI แค่ 2 เรื่องเองนิ) แต่ปัจจุบันอิโนะทำผมทรงลูกไก่ เถื่อนๆ เมะๆ ขึ้น ฟิคที่คนอื่นแต่งมันเลยเริ่มจะเป็น IJ ก็มี จับอิโนะไปกดคนอื่นก็มี ซึ่งเราอ่านแล้วก็เริ่มปลง ชักจะชินกะความเมะของมัน แต่ยังไงเราก็ยังรักJI เหมือนเดิม คนแต่งคู่นี้ที่เราชอบมากก็มีp.k.a และ Chibi ที่ตอนนี้ผันตัวไปแต่งฟิคHarry แล้ว(ที่เราเอามาอ่านในห้องก็งานของเขาน่ะแหละ) 2 จอห์นนี่ เดปป์ : ชู้รักหมายเลข 3 ของเรา ที่เริ่มชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากละนะ เพราะส่วนใหญ่ก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว เราได้ดูหนังที่เขาเล่นเรื่องแรกคือ What’s eating gilbert grape แต่ตอนนั้นเราสนใจลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ มากกว่าอ่ะ หนังส่วนใหญ่ที่เขาเล่นจะเป็นหนังฝีมือมากกว่าหนังตลาด เป็นดาราคู่บุญของทิม เบอร์ตัน(คนสร้างNightmareกะ Charlie and the chocolateไง เป็นผู้กำกับที่เราชอบคนนึงเลย) เรื่องที่อยากแนะนำให้ดูก็มี Edward Scissorhands, From hell, What’s eating gilbert grape, Pirates of the Caribbean, Once upon a time in Mexico, Finding neverland, Ed Wood, Sleepy hollow
>>>>>>>>>>>>>>>>> Quote “ It hurt to love someone and not be loved inturn, But what is more painful is to love someone and never find the courage to let that person know how you feel” มันเจ็บปวดถ้าเรารักใครสักคนและไม่ได้รับความรักตอบ แต่มันเจ็บปวดยิ่งกว่าหากเรารักใครสักคนและไม่มีความกล้าพอที่จะบอกความรู้สึกออกไปให้เขารับรู้ จาก HEART written by chibitare & tarepanda
ฟอนท์ที่ได้จากการcopy แล้ว paste ทำไมมันอุบิทอย่างเนี้ยะวะ เล็กๆ ใหญ่ๆ กรำ November 13 Futari no..on tour ปล่อยสัตว์คืนสู่ป่าไดญี่ปุ่นรอไปก่อน บังเอิญมีปัญหานิดหน่อย เอาไอ้นี่ไปอ่านเล่นๆก่อนละกัน เมื่อวันอาทิตย์ที่31.10.05ไปเขาดินมา ใช่...เขาดิน....หลังจากที่ไม่ได้ไปมาเป็นชาติ คือความจริงวันนั้นตั้งใจจะไปงาน Coverกัน แต่วงที่Cover Luna Seaไม่เล่น พวกพี่ๆ เลยเปลี่ยนใจไปเขาดินกันแทน นัดกันที่อนุสาวรีย์ตอน10.30 เรานั่งรถไฟฟ้าไปถึงที่นั่นตอน 10.10...เช้าไปว่ะ แดดก็ร้อนๆ...ทำไงดี สุดท้ายก็นั่งรถไฟฟ้าเล่นไปถึงหมอชิต(มันเย็นดี) มีฝรั่งมาถามหา Sunday Market..รู้มั้ยว่าคือที่ไหน...ให้เวลาคิด 3 วินาที 1... 2... 3 ... เฉลย..มันคือ.จจ.(จตุจักรอ่ะแหละ) ซึ่งตรูไม่รู้โว้ย... ยังดีมีพี่ผู้หญิงคนนึงอยู่แถวนั้นเลยตอบแทนให้ ส่วนเราก็ชิ่งไปขึ้นรถไฟฟ้ากลับไปอนุสาวรีย์ แถวอนุสาวรีย์....เคยไปซะที่ไหน พี่บีบอกอยู่หน้ารพ.ราชวิถี ไอ้เราก็ดูป้าย ออกประตู 3 ก็เดินลิ่วเลยนะ ใครที่เคยไปอนุสาวรีย์ด้วยรถไฟฟ้าคงรู้ใช่มะ ว่าทางออกด้านนั้นน่ะ มีทั้งทางที่เลี้ยวซ้ายลงบันไดไปเลย กะตรงไปข้างหน้าถึงสะพานลอยแล้วค่อยลง พี่บีบอกให้เลี้ยวซ้ายออก รออยู่ตรงป้ายรถเมล์ เราก็เดินลงมา...มองไปที่ป้ายรถเมล์ ไม่มีใครเลย....เอาล่ะสิ...อารมณ์เหมือนตอนหลงที่เยาวราชกลับมาอีกครั้ง...พี่บี...ป้ายไหนวะ เดินขึ้นไปบนสถานีรถไฟฟ้าใหม่ เลี้ยวซ้ายเลยมันก็ทางนี้นิ แล้วพี่อยู่ไหนล่ะน่ะ ลงไปรอบ 2 พระเจ้าช่วย โชคดีเจอจุ๋ม..มา...มาหลงเป็นเพื่อนตรู จุ๋มถามไหนพี่เอ๋บอกเราอยู่กะพี่บี...ก็กรูหลงอยู่เนี่ย จะไปอยู่กะเขาได้ไงล่ะ... สุดท้ายถึงได้รู้ว่า ไอ้ซ้ายที่พี่บีบอก คือต้องเดินตรงมาถึงสะพานลอยแล้วเลี้ยวซ้าย.....มันผิดที่เราฟังไม่เข้าใจหรือเขาพูดไม่รู้เรื่องกันแน่วะ.... รอสมาชิกมาครบ 8 รายก็ยกพลขึ้นรถเมล์ไปเขาดิน...อากาศดีโคดเลยอ่ะ อุณหภูมิร้อนฉ่าทุกองศา(กรุณาอ่านออกเสียงแบบพี่แตนในเรื่องเพื่อนสนิท) คือเพิ่งรุหรือจำไม่ได้เนี่ยแหละ ว่าเขาดินมันอยู่ใกล้รัฐสภากะพระที่นั่งอนันตสมาคม เตรียมบัตรนักเรียนมาด้วย เผื่อขอลดได้...แต่ไม่มีโปรโมชั่นว่ะ มีแต่เด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 30 ไอ้เราจะเนียนเด็กก็ไม่ได้แล้ว ชริ...ซื้อราคาผู้ใหญ่ก็ได้วะ เป็นการเที่ยวเขาดินที่สนุกมาก....เดินไปแบกวีดีโอ 5 ม้วนไป(คือเราไปยืมLuna Sea มาจากพี่บี) .... โทษใครไม่ได้ นอกจากโทษตัวเอง...เมื่อยเว้ย!!! แต่สนุกจิงๆนะ ดูเสือมีเสือขาวกะเสือโคร่ง พวกพี่เรียกเสือวนิลา กะเสือชาเย็น ตอนแรกเราก็บ้าจี้เชื่อด้วยนะเว้ย ทำไมชื่อมันแปลกๆวะ....โง่แดกละตรู แล้วก็มีเสือไฟ แต่เสือไฟไม่อยู่ในกรง มีนู๋น้อยขี้สงสัยถามพ่อ “พ่อๆ เสือไฟไปไหน” พ่อตอบได้น่ารักมาก.....”มันไปจุดไฟอยู่จ้ะ” ...สักวันเด็กน้อยคงโตเป็นผู้ใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยความรู้.... เห็นเสือดำไฮเปอร์เดินวนไปเวียนมาอยู่แต่จุดเดิม พวกเราก็เริ่มตั้งข้อสังเกต จุดที่มันวนจะมีประตูเหล็กปิดอยู่ แล้วตอนมันเดิน มันจะเดินมาถึงแค่ประตู หยุด แล้วก็เดินกลับ ...พี่สักคนสรุป...เมียไม่ให้เข้าบ้าน...ครือ..ได้ข่าวว่ามันเป็นประตูเชื่อมกับกรงเสืออีกชนิดนะ...หรือจะเป็นรักข้ามชาติ...โอ้...น่าคิด... ไปยืนดูค่างห้าสีแกล้งกันอยู่ในกรง...สนุกจริงๆเลย ถ้ามันแกล้งกันทั้งวัน เรายืนดูมันได้ทั้งวันเลยนะเนี่ย ตัวใหญ่กระโดดทับตัวเล็กๆหนีไปหาพ่อ พ่อเงยหน้ามอง ตัวใหญ่ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมไม่รู้ไม่ชี้....ละครลิงชัดๆ สัตว์ส่วนใหญ่ไม่กินก็นอน....เหมือนเด็กไทยสมัยนี้เลยว่ะ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแดก.... เจอเรื่องน่ารักๆอีกเรื่อง คือพวกพี่ๆเขาสงสัยว่าทำไมสิงโตหน้าเหี่ยวจัง เดินไปสักพัก เจอป้ายหน้ากรงสิงโต เขียนว่า “พวกเราเป็นสิงโตอายุมาก หน้าตาเลยไม่ค่อยดีเท่าไร” อะไรประมาณเนี่ย...คนตอบช่างคิดดีว่ะ ที่กินกลางวันที่เขาดิน ก็มี KFC แถวๆกรงงู แล้วถ้าเดินไปอีกสักพักก็จะมีร้านมาม่า เลือกได้ๆ.... แต่แบบ..ไม่น่าเจอKFCก่อนมาม่าเลยอ่ะ รู้สึกเปลืองเงินไงๆไม่รุ แล้วถัดจากร้านมาม่าไปก็จะมีพวกเครื่องเล่นเด็ก แล้วก็มีCrazy bus (รถคนบ้า...พี่สักคนเรียก) ที่เป็นรถให้นั่งแล้วมันก็จะหมุนขึ้นหมุนลง แบบเดียวกับพรมวิเศษของDreamworld อ่ะ แล้วก็มีคนอยากเล่น 2 คน.... ทั้งสองคนคือข้อพิสูจน์ของคำว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ (นึกภาพผู้ใหญ่อายุ 20 อัพเล่นเครื่องเล่นที่มีแต่เด็กนั่งอย่างสนุกสนานดูสิ ความจริงเราก็อยากเล่นเหมือนกัน แต่ถ้าจะเล่นไปdreamworldดีก่า) โซนสัตว์เลื้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำคิดเงินเพิ่ม 10 บาท...เจอเต่าหวงก้างด้วย คือมันนอนทับกระบะอาหารเคี้ยวตุ้ยๆแต่เพียงตัวเดียวเลย ลองสังเกตความเร็วที่อาหารไหลลงคอ วัดได้ประมาณ 2 ซม.ต่อวินาที ช้าได้ใจจริงๆ เห็นเป็นลูกคลื่นเลยอ่ะ เห็นกิ้งก่า 2 ตัวดูเหมือนจะทำอะไรกัน พวกพี่ก็เกาะกระจกพูดใหญ่...ประมาณ..(จับ)กดเล้ยๆ นั่นๆ มองตากันปิ๊งๆ..... เราฟังไปหัวเราะไป สงสารเด็กที่อยู่ข้างหน้า 2 คนไป สะกิดเตือนพี่ให้ระวังว่ามีเด็กอยู่ข้างหน้า อย่าพูดอะไรให้เด็กมันเสียเลย แต่ตอนหลังคิดได้ว่าไม่น่าเล้ย เพราะไอ้เด็กมันตะโกนขึ้นมาว่า “มันกำลังจะผสมพันธุ์กัน!!!!” แล้วกิ้งก่าตัวหนึ่งก็เหมือนจะขึ้นขี่อีกตัว แต่กิ่งไม้ที่มันเกาะอยู่มันอ่อน ก็เลยตกเตียง...เอ้ย...ตกกิ่งไม้กันทั้งคู่ (smว่ะ...พี่สักคนพูดขึ้นมา) ตกจากข้างบนมาต่อกันข้างล่างก็ได้ ไอ้ตัวผู้ก็ขึ้นคร่อม แต่สักพักก็เดินออกไป.....เราก็คิดในใจทำไมเร็วจัง ยังไม่ทันทำอะไรกันเลยนี่หว่า.... แต่ก็มีคนคิดแล้วปากพูดด้วยว่า อ้าว...ทำไมแค่รอบเดียวเอง (คือหวังจะให้มันต่อรอบอ่ะ...โห....พี่....สัตว์ยังไม่เว้นเลยนะ<<<โดนพี่ตอบกลับมาว่า ถ้าจับต้นไม้จิ้นได้คงทำกันไปแล้วล่ะ) แล้วไปเล่นเกมFrog&Snake Hunt กัน...พูดง่ายๆก็คือการมานั่งหาว่ากบกะงูมันไปซ่อนอยู่หลืบไหนในตู้กระจกน่ะแหละ มีตัวนึงชื่องูคิง...สักอย่าง ไอ้เราก็นึก...โห.....ตัวคงควายโคด ก็นะ...มองหาใหญ่ ที่ไหนได้...กิ้งกือยังใหญ่กว่าเมิงเล้ย แล้วก็มีพี่คนนึงพูดขึ้นมาเสียงแอบดังว่า "เฮ้ย...งูนมแดง" ไอ้เราก็งงดิ งูมีนมด้วยเหรอ พอเห็นป้ายเลยถึงบางอ้อ... Red Milk Snake..อ่ะนะ ที่เขาดินมีจักรยานน้ำให้ถีบ แต่เราก็ไพล่ไปนึกถึงผู้ชาย 2 คนที่มาพายเรือด้วยกันที่สวนลุม..อ่า...อยากไปอีกจัง งานโคดหนุกเลย เห็นรูปปั้นยียาฟกะม้ายาย(ศัพท์พี่ๆเขาน่ะ)ที่ดูแล้วอดจิ้นไม่ได้ ก็คนปั้นเขาปั้นให้ยียาฟโน้มหัวลงมาส่งสายตาหวานเชื่อมห่วงหาอาทรให้ม้ายายนี่หว่า แล้วจะไม่ให้คิดได้ไงล่ะ.... ก็เดินดูสัตว์ ถ่ายรูป บ้าๆบอๆไปตามประสา เรากะจุ๋มจะกลับบ้านก่อนเลยถ่ายรูปหมู่กันที่พระที่นั่งพิมานเมฆ คือฉากสวยๆก็มี แต่ตอนแรกพี่นัทเจ้าของกล้องไม่ถ่าย ไปถ่ายกันบนสะพานที่มีรถแล่นผ่านทุก 10 วิ ก็งงกันดิ....ไปถ่ายทำไมตรงนั้น เหตุผลก็คือ...ไม่มีที่ตั้งกล้อง .....โห....เหตุผล....วานคนอื่นถ่ายให้ก็ได้นะพี่..... สุดท้ายเลยขอให้พี่ยามถ่ายให้ แล้วเราก็ลากลับบ้าน เห็นพี่ๆบอกว่าคราวหน้าจะไปทุ่งทานตะวัน....อยากรู้จัง ไม่มีสัตว์ให้จิ้นแล้วจะเอาอะไรมาจิ้น
>>>>>>>>>>>>>>>>> ก-ฮ ของเรา ง. เงิน : สิ่งที่ทำให้เราเสียเงินเยอะสุดๆคงไม่พ้นการ์ตูน J-rock แล้วก็พวกนิยายวายกะงานของบอร์ดHappyfamily(เขาทำเกี่ยวกับHarryอ่ะ) ดูๆค่าเงินที่เสียไปกับเรื่องพวกนี้แล้ว เป็นค่าเทอมได้ 2-3 ปีเลยมั้งน่ะ แต่เราก็เก็บเงินเก่งเหมือนกันนะ เคยเก็บได้เป็นหมื่นในเวลาไม่กี่เดือน แต่ถ้าซื้อของขวัญวันเกิดให้เพื่อนบางทีก็ทุ่มเหมือนกัน เพราะรู้ตัวว่าเงินส่วนใหญ่ใช้ไปกะเรื่องไร้สาระ เราเลยเก็บเงินซื้อเอง เก็บเงินเที่ยวเอง นอกจากอับจนจริงๆถึงจะขอพ่อสักที(ไม่นับค่าข้าวที่ได้เวลาไปโรงเรียนทุกวันนะ)
>>>>>>>>>>>>>>>>> Quote “ร้องเพลงมีพัฒนาการขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าเสียงจะเพราะขึ้นสักหน่อย” พี่โนะรินพูดตอนมีคนแซวเรื่องเสียงอิโนะรัน (รายนี้ก็แฟนอิโนะรัน...ตัวยงเลยด้วย)October 28 Nippon Diary 201.10.05 โดนmorningcallด้วยภาษาญี่ปุ่นแต่เช้าเลย อาหารเช้าเป็นบุฟเฟต์แบบอเมริกัน แต่ข้าวญี่ปุ่นก็มี ไข่อร่อยโก้ดๆ กะเบิ้ลแต่เสียดายดันหมดเร็ว
Pic1-4. ถ่ายกับโรงแรมและทะเลสาบ อากาศหนาวมากแต่ก็มีคนญี่ปุ่นลงไปแช่น้ำตกปลาด้วยนะ บ้าพลังกันจริงๆ Pic5-12. ถ่ายรูปกะฟูจิอีกครั้ง เพราะเมื่อวานมีบางคนยังไม่จุใจ แต่คราวนี้ไปถ่ายที่จุดชมวิว ไอ้หินๆนั่นเป็นอะไรก็ไม่รู้อ่ะ แปลกดีเลยถ่ายมา (รูปหมู่จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง- ลุงเรา ลุงแป้ง เรา ป้าเรา แป้ง ป้าแป้ง)
แล้วก็ไปแรดกันต่อที่Tokyo Disney Sea ดิสนีย์แห่งเดียวที่ได้ชื่อว่าดิสนีย์ซี(มันสร้างอยู่ข้างดิสนีย์แลนด์เลยอ่ะ) ตอนวันเปิดKawamura Ryuichi (อดีตนักร้องนำ Luna Sea ปัจจุบันร้องนำให้Tourbillon) มาร้อง A whole new world ด้วย(เราฟังแล้วอยากจะร้องไห้กับสำเนียง) ดิสนีย์ซีก็จะแบ่งเป็นzone แต่ละโซนก็จะมีเครื่องเล่นที่เกี่ยวกับชื่อโซน อย่างโซนเมอร์เมดก็มีให้ดูการแสดงแล้วก็เล่นรถไฟเหาะที่เป็นรูปเมอร์เมด ประมาณเนี้ย เครื่องเล่นที่นี้ไม่หวาดเสียว แค่ตื่นเต้น เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นดี แต่รู้สึกเวลาเล่นเราได้นั่งหน้าสุดเกือบตลอดเลยอ่ะ แล้วตอนต่อแถวก็จะมีพนักงานถามคำถามยาวยืด รู้ไว้เลยว่าเขาถามว่ามากันกี่คน (2คนเป็นจำนวนที่ดีที่สุด)
Pic13-45. บรรยากาศที่Disney Sea เครื่องเล่นเขาไม่ค่อยเยอะ เลยมีเวลาถ่ายรูปมาก
Pic46. เครื่องหยอดบัตรเบ่ง(Fast pass) มันจะมีเป็นจุดๆ เอาตั๋วขาเข้าใส่เข้าไป ก็จะได้ตั๋วที่ทำให้เราสามารถลัดคิวเข้าไปเล่นเครื่องเล่นได้เลยโดยไม่ต้องต่อแถว แต่มันรอบที่จะใช้ได้ และใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น Pic47-49. Disney อีกแล้ว เห็นหุ่นขาวๆข้างหลังเราป่ะ นั่นน่ะ คนจริงๆ
แล้วก็ไปกินมื้อเย็นที่ชินจูกุ เป็นชาบูชาบู เนื้อเขาสไลด์บางมากเลยอ่ะ อร่อยสุดๆ เราล่อข้าวไป 2 ถ้วย(เสียพลังงานในการช้อนฟองออกจากหม้อ) กินเสร็จตอนแรกนึกว่าจะได้เดินเที่ยว แต่คนขับรถต้องเอารถไปส่งที่ไกลๆ เลยได้แต่ถ่ายรูป Pic50-53. Shinjuku เมืองแห่งแสงสี รูปที่52 ด้านหลังเราคือร้านปาจิงโกะ
เข้าพักที่Crown plaza metropolitan โรงแรมอย่างหรู(หรูจริงๆ) อยู่ใกล้อิเคบุคุโระ(คนไทยเรียกอีแก่บุคโล) ย่านของอร่อย (อร่อยทุกอย่างโดยเฉพาะเค้ก) ความจริงอิเคได้ชื่อว่าเป็นลิตเติ้ลชินจูกุ เพราะชินจูกุมีอะไร อิเคก็มีอย่างนั้น พวกผู้ใหญ่เอาของเข้าที่พักก็ไปเดินอิเคกัน แต่เราขี้เกียจเลยนั่งดูชินจังอยู่ในห้องกะแป้ง Pic54-55. ถ่ายในห้อง เป็นห้องเตียงเดี่ยว เล็ก แต่อยู่สบาย ขวดน้ำในตู้เย็นเอาออกมาแล้วใส่กลับเข้าไปไม่ได้ แถมพนักงานเขาจะรู้ด้วยนะว่าเราเอาออกมา(ดีที่ตรูไม่เอาออกมา ดื่มน้ำประปาแทน) โถส้วมที่นี้มีระบบล้างก้นให้ด้วย(ห้องน้ำที่ญี่ปุ่นไม่มีที่ฉีดน้ำ) เขาให้ความสำคัญกับคนแก่และคนพิการไง แล้วโถส้วมนี่ถ้าเรานั่งปุ๊บมันจะชักโครกไปเรื่อยๆอัตโนมัติเลยนะ เรากะแป้งก็เล่นกันใหญ่ มีเสียงเพลงด้วย Pic56. ป้าแป้งซื้อเค้กมาให้ อร่อยโก้ดๆ
จบวัน2. TBC >>>>>>>>>>>>>>>>> ก-ฮ ของเรา ค.1 คะแนนสอบ : เราไม่ค่อยตั้งเป้าหมายสูง สิ่งเดียวที่เราคิดคือต้องดีกว่าคราวที่แล้ว แม้จะแค่0.0001เปอร์เซนต์ก็เหอะ ให้รู้ว่าเรียนแล้วมันมีพัฒนาการไง เพราะงั้นบางทีเราถึงโล่งอกที่ไม่ได้ 4 เพราะไอ้การจะทำให้ดีกว่าเดิม มันง่ายกว่าจะรักษาระดับอีกนะ 2 คิด : เราเป็นคนคิดมาก และชอบคิดอะไรในแง่ร้าย ทุกครั้งเวลาไปเที่ยวต้องคิดอยู่เสมอว่าต้องเกิดอุบัติเหตุหรืออะไรไม่ดีขึ้นกับตัวเอง และบางทีชอบคิดมากกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ส่วนเรื่องวายๆไม่ต้องคิดให้เปลืองสมองหรอก มันแล่นเข้ามาในหัวอัตโนมัติอยู่แล้ว
3.เครียด : เป็นผลสืบเนื่องจากคิด พอคิดมากบางทีก็เริ่มเครียด ถ้าเราเครียดมากๆเราก็จะร้องไห้ มันเป็นวิธีระบายความเครียดที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วล่ะ
>>>>>>>>>>>>>>>>>> Quote ....ได้โปรดเถอะ...เกลียดฉันให้มากเท่ากับที่เธอรักฉัน... ...อย่ารักฉัน...เพราะมันทำให้ฉันเศร้าที่หัวใจดวงนี้รักเธอไม่ถึงครึ่งที่เธอมอบให้... จาก HEART written by chibitare & tarepanda October 21 Nippon Diaryขี้เกียจเล่ายาว ดูรูปไปอ่านไปละกัน 29.09.05 วันเกิดInoue Kiyonobu ครบรอบ 35 ปี มีความสุขมากๆนะจ้ะที่รัก ไปทานขนมจีนน้ำเงี้ยวที่บ้านยายเป็นอาหารเย็นไป 2 จาน ประมาณชม.นึงลุงกับป้าค่อยมารับไปสนามบิน เจอกิ๊งคนแรกเลย...น่ารัก(เดินทางวันเดียวกับพวกไปแลกเปลี่ยน) Pic1.น้องบูม : พี่กวาจะฝากอะไรให้โคเฮป่ะ เรา : ฝากสืบเรื่องแฟนมาละกัน น้องบูม : แล้วทำให้เขาเลิกกันด้วยใช่มะ เรา : เฮ้ย...ไม่ต้อง(ขึ้นเสียงสูง) Pic2.สาวบึกบึน น่ารักนะวันนี้ Pic3.เธอมาอย่างสาย...... สังเกตการตัดกันระหว่างชุดกับสีผิวให้ดี แต่ขอเรียกเป็นมาซากิ 3 ละกันนะจ้ะ (คนที่ 2 คืออันๆ)
นั่งเครื่องบินประมาณ 4 ชม. เครื่องบินมี 2 ชั้น...ไฮโซ.....ด้วยความหลังเขาเราก็หาที่นั่งตั้งนาน โดยหารู้ไม่ว่าเรานั่งชั้น 2.... แถมหาทีวีไม่เจออีก(อยู่ใต้ที่นั่ง) เอาวะ...อย่างน้อยก็ได้ฟังOrange range กับ Nana
30.09.05 โตเกียว Pic4. ถ่ายนอกสนามบินนาริตะ
Pic5-9. นั่งรถทัวร์จะไปล่องแม่น้ำสุมิดะ แต่ตอนไปถึงเขายังไม่เปิดเลยถ่ายรอบนอกก่อน ภาพที่9คือสะพานที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น rainbow bridge ส่วนหนุ่มเสื้อขาว...คนเก็บขยะน่ะ Pic10. ถ่ายบนเรือค่ะ เป็นเรือ 2 ชั้น ชั้นล่างมีโต๊ะอาหารสำหรับพวกมาดินเนอร์ด้วย หรูหรา... Pic11. ตลาดประมูลปลาสดที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว ตลาดปลา Tsukiji Pic12-16. วิวนอกเรือ บางทีเจอพวกhomeless มาตั้งเต็นท์อาศัยกันอยู่ริมน้ำด้วย
แล้วก็นั่งเรือไปถึงฝั่ง เราจะไปเที่ยววิหารAsakusa Canon ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าแห่งความเมตตา Canon ก็คือเจ้าแม่กวนอิมแหละ
Pic17.ข้างหลังเป็นตึกของเบียร์อันดับ1ของญี่ปุ่น Asahi ตอนแรกเขาสร้างตึกที่มียอดสีเหลืองก่อนเป็นการฉลองยอดขายอันดับ 1 แต่คนญี่ปุ่นมักเรียกว่าตึกอึ ด้วยความช้ำใจเลยสร้างอีกตึกขึ้นมาตั้งข้างๆกัน Pic18-19. วิวที่ท่าเรือ สังเกตดีๆ จะเห็นสถานที่ที่มีในเมืองไทย Pic20-24. ข้างหลังคือตัววิหาร ด้านหน้าวิหารก็จะมีกระถามธูปให้คนจุดธูปอันเท่าควายไปปัก รู้สึกว่าเขาจะนิยมกวักควันเข้าหัวเพื่อความเป็นสิริมงคลหรือไงนี่แหละ เราก็ไปขอส่วนบุญกะเขาบ้าง รอบข้างก็มีแต่ที่เสี่ยงเซียมซี แต่ไม่ได้เสี่ยงว่ะ อ่านไม่ออก Pic25. เป็นที่สำหรับตักน้ำล้างมือ บางคนก็ตักกินเลยนะ(น้ำประปาที่นี่ดื่มได้)
ที่วิหารมีที่ให้ทำบุญ2ที่คือข้างนอกกะข้างใน เราก็กะจะทำบุญแต่ไม่รู้ว่าเขาทำกันยังไง ตอนแรกเลยเดินวนอยู่ข้างนอกเผื่อมีใครจะมาทำให้ดูเป็นตัวอย่าง(ฟอร์มจัดagain) แต่ก็เหลวตามเคย เลยเดินเข้าไปข้างใน...โห....เพียบ ในที่สุดเราก็ได้ทำบุญ...ไม่อยากบอกว่าใส่ไป 4 บาท ก็ไม่มีเศษเยนเลยอ้า จะขอพรเป็นภาษาญี่ปุ่นก็นึกไม่ออก ไอ้คนข้างๆก็สวดเสียงดัง ตอนแรกกะcopyคนข้างๆ แต่เปลี่ยนใจ เผื่อมันสวดให้พ่อแม่มีความสุขบนสวรรค์เราก็แย่ดิ บุพการียังไม่ตายสักหน่อย ก็เลยเอาวะ สวดภาษาไทยนี่แหละ
Pic26-27.นอกวิหารมีร้านขายของเต็มไปหมด ส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านขายของที่ระลึกกับขนมญี่ปุ่น ร้านที่2นับจากด้านในสุดที่เป็นร้านขายขนม ขายขนมอะไรก็ไม่รู้คล้ายๆซาลาเปาทอดแต่มีไส้ อร่อยมากกกกกกกกกกกก 100 เยนเอง และนี่ก็เป็นการใช้เงินญี่ปุ่นครั้งแรกของเรา
ทานข้าวกลางวันที่ร้านแถวนั้น เป็นเซตแบบ 1 อิ่ม แต่เราว่าเกินอิ่มว่ะ ทั้งเทมปุระ แซลมอน ไข่ตุ๋น โอเด้ง(ชามเล็ก) และเราก็ได้รู้ว่าชาญี่ปุ่นรสชาติเหมือนน้ำล้างกาแฟ(เคยกินน้ำที่กรองผ่านกากกาแฟมั้ยล่ะ)ต่อจากนั้นก็ไปoutlet มันเป็นที่ๆพวกbrandดังๆมาเปิดร้านขายของที่ตกseasonหรือเกรดB อ่ะ ของAdidas กะ Nike ถูกมากๆ เข้าใจเลยว่าทำไมคนญี่ปุ่นซื้อแต่ของแบรนด์ มีoutletถูกๆด้วย
Pic28-29. ถ่ายที่outlet ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเจอร้านของวิเวียน แต่outletกว้างมากกว่าจะเดินถึงก็ต้องกลับแล้ว เลยไม่ได้เช้าไปดูของ (ได้ข่าวว่าผ้าเช็ดหน้าของวิเวียนที่ขายตามห้างราคาผืนละพันกว่าเยน..กรี๊ดดดดด)
แล้วก็ไปต่อยังที่ๆมีชื่อของญี่ปุ่นเลย Fujiyama แต่คนญี่ปุ่นจะเรียกว่า Fujisan เป็นการให้เกียรติ ไม่รู้หรอกว่านั่งรถผ่านเมืองอะไรบ้างเพราะเราหลับตลอด(เที่ยวครั้งนี้ภูมิต้านทานความง่วงต่ำสุด ขึ้นรถปุ๊บเป็นหลับปั๊บ) เสียงไกด์ก็ชวนง่วงสิ้นดี
Pic30-32. วิว ณ ความสูง 3.776 m.เหนืออะไรสักอย่าง แต่ที่แน่ๆคือเราอยู่เหนือเมฆ ไอ้ที่สลัวๆไม่ใช่หมอกหรอก เมฆทั้งนั้น หิมะจะปกคลุมภูเขาช่วงปลายเดือนตค. พอเดือนพย.นี่อย่างงามเลย ไปเจอผ้าขนหนูลายผู้หญิงใส่กิโมโน แล้วเวลาเอาผ้าไปจุ่มน้ำร้อนจะกลายเป็นผู้หญิงเปลือยขายด้วย แต่เราไม่ซื้อมา...แอบแพงอ่ะ
หลังจากนั้นไปซื้อของกินที่ห้าง Bell แล้วก็เข้าพักที่Kawakushiko Sansuiso(คาวาคูชิเป็นชื่อทะเลสาบที่เป็นวนอุทยานแห่งชาติ สวยสุดในบรรดาทะเลสาบทั้ง 5 ที่รายล้อมฟูจิ) มื้อเย็นทานนาเบะ(หม้อไฟ)ด้วยเว้ย..อร่อยสุดๆ โรงแรมนี้เป็นโรงแรมแบบโบราณ มีโอฟุโระด้วย แต่เราไม่มีเพื่อนลงอ่ะ เลยไม่ได้อาบ โฮกกกกกกก อาบรวมทั้งที(เอ๊ะ!?)
Pic33-39. ถ่ายในห้องพัก ใครไม่เคยเห็นผีญี่ปุ่นก็มาดูได้ มีเพื่อนร่วมทางเป็นเด็กสาธิตรามชื่อแป้ง ที่นอนอุ่นมากเลยอ่ะ ชอบๆ
จบวัน TBC. >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> ก-ฮ. ของเรา ข. 1.ขวัน : เป็นเพื่อนคนแรกในชีวิตที่รู้จักกันมาปีแล้วแต่ไม่เคยเจอหน้ากันเลย และเป็นคนแรกที่สูงกว่าเราทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิแต่เราไม่เรียกเขาว่าพี่ อยากเจอเธอจังเลย... 2.ของขวัญ : เราจะซื้อให้เพื่อนเป็นของใช้ซะมากกว่า บางทีก็เป็นของกินไปเลย เน้นประโยชน์ใช้สอย ถ้าเป็นเพื่อนที่เซนต์โยจะไม่ซื้อของที่แตกได้ให้ เพราะมันจะไม่รอดเกิน 1 วัน ส่วนของขวัญวันเกิดเรา ปีนี้ขอเป็นเงินละกัน ถ้าไม่ได้ก็ช่วยซื้อAnother HeavenของTourbillonให้หน่อย(10คนหารก็ยอม ขอแค่ลดค่าใช้จ่ายก็พอ..ไม่งั้นกรูตาย)
>>>>>>>>>>>> Quote “สิ่งที่ทรมานที่สุด ก็คงเป็นการที่เราได้แต่มองคนที่เรารักแต่ไม่สามารถอยู่เคียงข้างเขาได้น่ะสิ” จาก HEART written by chibitare & tarepanda September 29 Once upon a time....กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้
มีเด็กสาวคนหนึ่งไปนั่งรอพี่ที่Wallstreet
ด้วยความที่แอร์หนาวจัด เธอเลยคิดจะไปชงโกโกร้อนกิน
พวกถาดที่ตักผงโกโก้ ถูกวางอยู่ข้างๆเครื่องใช้ไฟฟ้าทรงเหลี่ยมๆ สีดำๆ
พิจารณาดูจากรูปร่างของมันแล้ว เด็กสาวอนุมานด้วยความฉลาดว่านี่ต้องเป็นเครื่องทำน้ำร้อนแน่ๆ
หลังจากตักผงใส่น้ำตาลใส่ครีมอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ
เด็กสาวก็เอาแก้วไปยื่นใต้รูที่คิดว่าจะมีน้ำร้อนออกมา
......แต่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น!!!!!!!.....
เด็กสาวเริ่มสติแตกเหลียวซ้ายแลขวา....ไม่มีคนรู้จักสักคน แล้วตรูจะเข้าไปถามใครวะ
เห็นมีด้านคล้ายๆคันโยกอยู่ด้านหน้าเครื่อง ลองเอามือแตะๆดู(ได้แค่แตะ เดี๋ยวพัง)
....ไม่มีปฏิกิริยา......
เห็นมีปุ่มหมุนได้ ไม่กล้าลองหมุน เครื่องพังขึ้นมาตรูหมดปัญญาชดใช้...
เห็นผู้หญิงคนนึงถือถ้วยกาแฟเดินมา เด็กสาวดีใจเป็นล้นพ้น...จะมีคนมาทำให้ตรูดูแล้วว่าไอ้เครื่องบ้านี่มันใช้ยังไง
ทำฟอร์มตักผงโกโก้ไปงั้นแหละ....ตาแอบชำเลืองดูว่าพี่เขาจะทำยังไง(ฟอร์มจัดมาก)
.....แต่ผู้หญิงคนนั้นก็มาวางแก้วแล้วก็เดินจากไป.....
เด็กสาวแทบกรี๊ด....แล้วตรูจะได้กินโกโก้มั้ยวะเนี้ย....
สุดท้ายเลยจำใจเดินไปถามพี่ที่รู้จักกัน
เด็กสาว : พี่กิ๊กๆ นู๋จะกินโกโก้ จะเอาน้ำร้อนยังไงคะ (มือชี้ไปยังไอ้เครื่องเจ้าปัญหา)
พี่กิ๊ก : น้ำร้อนเหรอจ้ะ...เอาที่โน่นจ้ะ (ชี้ไปยังเครื่องกดน้ำอีกฟากของห้อง)..... นี่มันเครื่องต้มกาแฟ
.....แป่ว....
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...ความout ยังมีในตัวทุกคน
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ก ถึง ฮ ของเรา...(ทำเล่นๆ)
ก. 1.โกรธ : เราเป็นคนโกรธง่ายนะ แต่บางทีก็ไม่แสดงออก แต่จะหายเร็ว โกรธคนอื่นแล้วตัวเองก็หงุดหงิด โกรธเพื่อนแล้วตัวเองก็รู้สึกแย่ ก็พยายามไม่โกรธ แต่บางทีก็อดไม่ได้อ่ะ
2. เกิด : ถ้าพูดถึงประวัติตัวเอง เราชอบวันเกิดของเราที่สุด เพราะมันมีแต่เลข 1 กับ 3 รวมๆ ก็จะได้เลข4 ซึ่งเป็นเลขโปรดของเรา เราเกิดตอนขึ้น 3 ค่ำ วันที่ 11 เดือน 11 ปี 31 (ถ้าเป็นค.ศ.ก็เป็น88 เห็นไหม มีแต่เลขเบิ้ล) เวลา11.13 น.
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
Quote
"ถ้าอาจารย์บอกว่าข้อสอบจะมีทั้ง ง่าย ปานกลาง และยากปนกัน....เชื่อเหอะ ว่าเราจะต้องเจอข้อสอบที่ยาก ยากมาก และยากสุดๆ"-แตงกวา
"การอ่านหนังสือสอบวิชาภาษาอังกฤษเป็นเรื่องเสียเวลา เพราะอ่านไม่อ่านก็มีค่าเท่ากันคือทำไม่ได้" - แตงกวา
August 26 Oh....boy...ทุกๆวันพุธ เราต้องไปเรียนฟิสิกส์ที่หอในจุฬาตอนเลิกเรียน
แล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระหว่างที่นั่งง่วงๆจะหลับอยู่(คิดดู...เรียนตัวต่อตัวยังจะหลับอีก)
เราก็ถูกปลุกด้วยเสียง 18 หลอด แอมปลิจูดmaximum จากโต๊ะตรงข้าม...
มองไปเห็นผู้ชายคนหนึ่ง คาดว่าจะเป็นอาจารย์ กับเด็กผู้ชายและแม่ของเด็กนั่งอยู่
พิจารณาจากเสียงควายๆของอาจารย์และนิ้วก้อยที่กระเด้งเวลาหยิบมะม่วงกิน...ผลพิสูจน์ออกมาว่าheเป็นกระเทยชัวร์ 1000.1%
รับรองโดยการสังเกตการณ์จากสมาชิกสังคมนิยม Yแห่งประเทศไทย
ฟังๆดูเข้าใจว่ามาสอนภาษาไทย เด็กตอบผิดทีจะโดนheว่าด้วยเสียงอันดังชนิดอายไปทั้งตระกูล
รู้สึกเหมือนเจอนัทจังแบ่งภาคมาอ่ะ....ใครเคยโดนกระเทยด่าคงรู้ดี
ถ้าเราเป็นเด็กคนนั้น เราคงเอาถังขยะข้างหลังอุดปากheไปสักที....ว่าทีคนหันมามองทั้งตึก
ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่เงยหน้าขึ้นมองอีกที...คนแม่หายไปแล้ว
ง่า...คุณแม่ขา...กระเทยดีๆมีเยอะก็จริง แต่กระเทยปอบชอบหลอกเด็กผู้ชายมันก็เยอะนะคะคุณแม่....
แล้วคุณแม่ไว้ใจทิ้งลูกชายให้อยู่กับกระเทย 2 ต่อ 2....
คิดผิดคิดใหม่ได้นะคะคุณแม่....ถ้าไม่คิดใหม่คนที่เสียนี่ลุกชายคุณแม่นะคะ
นึกในใจ...เราอาจจะอคติกะheเกินไปเนื่องด้วยรำคาญเสียง
แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที..
..โอ้....พระ....เจ้า...
ระยะประชิดค่ะ ตัวลูกศิษย์กะอาจารย์นี่แนบกันชนิดที่เด็กจะขึ้นไปนั่งตักอาจารย์อยู่แล้วอ่ะ......
คุณน้อง...พี่ละเสียวแทนน้องจริงๆ กว่าจะเรียนจบคอร์สที่เสียไปอาจไม่ใช่แค่เงิน.....
ได้ข่าวว่าเราหื่น....ช่างเหอะ...
แต่ดูๆไปheคงไม่สนเด็กผู้ชายคนนี้สักเท่าไหร่.....รึเปล่า
สัปดาห์หน้าไปสังเกตการณ์อีกดีกว่า(ได้ข่าวว่าต้องเรียนไม่ใช่เหรอ)
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
วันนี้ไปทันตะอัพเดทสัญจรกะวาว กะเจ๊มิที่เชสเตอร์มา...มันส์(พหูพจน์ของมัน)มากๆ
QUOTE>>>>
(ตั้งแต่นี้ไป สเปซเราจะมีไอ้นี่ สนองความอยากของเรา โดยจะเอาคำพูดโดนๆของสุดที่รักทั้งหลายมาลง โฮะๆๆๆๆๆๆๆ)
นักข่าว : รู้สึกในหมู่musician เนี่ย คุณจะป๊อบมากเลยนะครับ
Inoran : ขอแบบที่ไม่ใช่โฮโมได้ไหมครับ...
...แล้วยังงี้จะไม่ให้ชั้นจับแกมาจิ้นได้ไงล่ะ....- -"
August 19 C.S.I: California~Begining~C.S.I.: California ย่อมาจาก courage student in california หรือภาษาไทยง่ายๆว่า "นักเรียนไทยใจกล้า(หน้าด้าน)ในต่างแดน"......
ก็อย่างที่เคยบอกเพื่อนบางคนไป ว่าถ้าเราไม่มีอะไรจะมาอัพ เราจะขุดเรื่องสมัยที่ไปอเมริกาคนเดียวมาอัพ
และแล้วก็ได้ฤกษ์....เนื่องจากช่วงนี้ชีวิตจืดชืดไร้รสชาติ....
เราจะอัพตามต้นฉบับล้วนๆ...เพราะงั้นอย่าหวังว่ามันจะฮาหรือสนุกมาก เพราะรายละเอียดมันเยอะ...
แล้วก็จะมีการพูดถึงLuna Sea ด้วย เพราะงั้นถ้าเห็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่2ตัวติดกัน จงรู้ไว้ซะว่านั่นคือคู่ที่เราชอบเอามาจิ้น
พูดง่ายๆก้อYนั่นแล....
>>>>>>>>>>>>>>
Part 1: Application day
25.02.2005/Thailand
วันนี้ไปยื่นใบคำร้องขอวีซ่า....เข้าใกล้เมกาเข้าไปอีกขั้น....แต่ก็ไม่โสภาเท่าไหร่ร้อก....
เริ่มตั้งแต่เมื่อคืนที่นอนไม่หลับ ไปๆมาๆตุ่มลมพิษเจือกขึ้นเต็มตัว...ก็อุตส่าห์ถ่อไปเคาะประตุห้องแม่เอายาแก้แพ้มาแด๊ก
ความจริงยาแก้แพ้มีฤทธิ์ทำให้ง่วงนะ..แต่ดูเหมือนตรูจะดื้อยาว่ะ ตั้งแต่ตอนแรกที่กินแล้วแข่งอึดกะlive Luna Sea แหละ
กว่าจะได้นอนก็เกือบตี2ตี3เลยมั้ง...แล้วตรูต้องแหกตาตื่นตั้งกะตี 5 ครึ่ง!!!!
เดินเข้าห้องน้ำทีแทบชนตู้อาบน้ำตาย...
ออกจากบ้านแบบ...ถนนโคดโล่ง...หลับตาข้ามยังได้เลยมั้ง
ก็มีแท็กซี่แล่นผ่าน..พ่อก็เรียกในระยะ 50 เมตร(ไปกะพ่อ)...
มันขับมาโคดเร้วอ่ะ...แต่จอดนะ..ก็ดี..เพราะตอนนั้นเราคิดในใจ...ถ้าเมิงไม่จอด..แม่จะถอดเกือกปาให้รถบุบเลย!!!
ขับรถผ่านหน้าสถานกงสุล เวลายังไม่ 6 โมงเลยนะ...โห.....คนเป็นร้อย
ประโยคแรกที่พูดกับพ่อตอนลงจากรถคือ...นู๋อยากได้เสื่อกะหมอนอ่ะ...
ประตูเปิด6.30 น....ยืนกันแง่ก...เดินผ่านป้ายประกาศแถวประตู มีป้ายติดบอกผู้ที่มาขอวีซ่าวันนี้ นัดสัมภาษณ์ 11 เม.ย.
.....ตรุไม่ต้องไปแล้วมั้ง เมกงเมกา....นานชิกหัย.....
ดูๆป้ายอยู่ก็มีคนพูดภาษาอังกฤษแปลประมาณว่า "เฮ้...ภราดร..ขอให้เมิงโชคดี" ด้วยเสียงอันดังแบบกลัวคนไม่รู้
ต่อมเจือกกระตุกเราหันขวับ...นั่น...superball...ยืนโชว์หน้าไม่หล่อห่างจากเราแค่ 2 ช่วงคน
ของแบบนี้Adiไม่สนร้อก....ถ้าเป้นอิโนะก็ว่าไปอย่าง...>w<...เหอๆ
รุ้สึกว่าบอลจะมากับเพื่อนแล้วลืมถ่ายรุปหรืออะไรนี่แหละ เลยต้องไปหาที่ถ่ายรูป - -"
ตอนบอลเดินผ่านก็คิดนะ...สูงกว่าที่คิด...แล้วก็ดำกว่าที่คิดด้วย - -"
....ช่างบอลเหอะ...
ตอนเข้ากงสุลไปหน้าแอบเครียดเล็กน้อย...คือเราลืมบัตรปชช.อ่ะ....ยังดีที่คุณนายยัดบัตรนักเรียนใส่กระเป๋ามาให้(รวมทั้งปากกา ยางลบ ลิขวิด แม๊ก กาวด้วย) รักแม่จัง...>w<....
ก็เอาบัตรกะมือถูไปฝากเจ้าหน้าที่แล้วก็ผ่านเครื่องตรวจไปเข้าแถว
2ชม.ผ่านไป...
....ตรุยังเข้าแถวอยู่เล้ย!!!!!!!....
หูก็ผึ่งฟังคนข้างหลังคุยประสบการณ์ชีวิตของเฮียไป.....เซ็งว่ะ..เมื่อยก็เมื่อย
ในที่สุด.....10โมงกว่า...เราก้ได้ยื่นใบคำร้องซะที..เย้!!!!!!!!!!!!!
ออกจากที่นั่นมาเจอพ่อด้านหน้า(เขาให้คนจะขอเข้าไปแค่คนเดียว) พ่อก้ยื่นบัตรปชช.ให้
คือ...แบบว่า...พ่ออุตส่าห์นั่งมอไซค์ไปเอามาให้จากบ้านอ่ะ....โอย....ซึ้งจัยๆ
กลับบ้านไปกินข้าวเช้า(ที่เยื้องไปเที่ยงๆ)เสร็จ...
ไม่ไหวแล้วค่ะ.....สิ้นสภาพ แค่ยืนล้างจานยังจะไม่ไหวแล้ว
ขอนอนก่อนละกัน...ZZZZZZ
End
>>>>>>>>>>>>>>>
TBC.
August 06 Lost In Translationนี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เราอัพหัวข้อนี้ ขอให้ติดด้วยเถิ้ด........... >>>>>>>>> ก็.....ไม่ได้คิดจะมาพูดเรื่องหนัง แต่เราหมายถึงเรื่องที่เราไปหลงที่เยาวราชเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ความจริงก็คงรู้กันจะทั้งห้องแล้ว...แต่ชั้นจะเล่า....ใครจะทำไม จะเล่าแค่ถึงตอนไปถึงวัด.....นอกนั้นไปหาอ่านจากเปซบีเอาละกันนะจ้ะ .................................................................................. หลังจากที่แป้ง ยูกิจัง ลีน่า บี ขึ้นแทกซี่คันแรกไปแล้ว ก็เหลือเรา อันๆ โคเฮคุง น้องบูม แล้วก็ไอ้เตี้ยคิ้วต่อพ่อชื่อเล้ง เรียกรถไปประมาณ 2 คัน......ไม่ไปสักคัน...ตรูละเซ็ง ไอ้คันที่ไปก็นะ.....แคบโคด.....เราแทบจะไปตะกายอยู่บนกระปุกเกียร์ น้องูมก็เสนอไอเดียบรรเจิด.....ให้พี่ตั้มนั่งตักพี่แตงกวาสิ... เอามันไปยัดกระโปรงหลังง่ายกว่ามั้ยน้อง........ นั่งรถก็คุยสัพเพเหระ(ล้วงความลับ)กับโคเฮไป คุยไปข่มใจไป...ขอร้อง....อย่ายิ้มมาก....เดี๋ยวจะไม่ได้กลับญี่ปุ่น ผ่านหัวลำโพง...คุณชายก็ตื่นเต้นใหญ่ ส่งกล้องให้เราถ่ายรูปให้...อ้า......จับมือกันทางอ้อม...กรั๊กๆ เข้าสู่เยาวราช อันๆบอกคนขับ พี่ไปวัดมังกรทอง คนขับหันมาถามจับใจความได้ประมาณว่า....ไปทางไหนเหรอน้อง . . . .....ลีน่า!!!!!!!.....ช่วยเราด้วย!!!!!!!......... มือก็ควักมือถูมาจิ้มใหญ่.....แง้.....เยาวราชตรูเคยเดินซะที่ไหนล่ะ....เคยไปแต่สำเพ็ง เพื่อนๆก็ถามใหญ่ อยู่ไหนๆ...แล้วกุจะรู้มั้ย เห็นแต่ร้านทอง บอกชื่อถนนไปก็ไม่ช่วยอะไรขึ้นมาเล้ย ลงท้ายผ่านแยกราชวงศ์....เอาวะ....ลงนี่แหละ แล้วเรากะอันก็ปล่อยให้น้องบูมกะตั้มชี้นกชี้ไม้ให้โคเฮดูไป ส่วนอีก 2 หน่อที่เหลือไปหาป้อมตำรวจ โน่น......อยู่ฝั่งตรงข้าม รถแต่ละคันแล่นไม่ปราณีเล้ย....เราอุตส่าห์ส่งสายตาวิ้งๆชะลอให้หนูข้ามหน่อยเถอะก็ไม่ได้ผล........เหยียบยังกะจะไปตาย ตอนแรกอันก็ยืนอยู่ทางขวามือของเรา(ทางรถวิ่งมา).... แต่พอลงถนนไป 3-4 ก้าว....คุณเธอย้ายมาฝั่งซ้ายทันที....นี่รถมานี่กุdeadเลยนะ เคาะประตูป้อมครั้งแรก...ไม่หัน เห็นมุงอยู่หน้าทีวี ดูละครช่อง 7 อยู่รึไง รอบ 2 .....ไม่หัน.....รอบหน้าไม่หันแม่พังเข้าไปจิงด้วย รอบ 3....หันค่ะ สรุปคือเราต้องเดินไปอีกสี่แยกแล้วเลี้ยวขวาไปอีก 100 เมตร โคเฮคงคิดในใจ....ไม่น่ามากะยัยพวกนี้เลย...ชีวิตคงจบสิ้นอยู่บนถนนประเทศไทย แต่ก็ดีที่ถึงวัดดยสวัสดิภาพแหละวะ.... ส่วนเรื่องหลังจากนั้น...ก็อย่างที่บอก...ไปหาอ่านในสเปซบีเอาละกัน
รู้มั้ยว่าเราเกือบBurn outวัดแล้ว ก็อย่างที่รุกัน ว่าเวลาไหว้พระจีนธูปจะเยอะมาก....จุดทีวางเพลิงได้เลยอ่ะ เราก็สนุกตามประสาเรา....จุดครั้งแรกไฟติดไม่หมด....ไม่พอใจค่ะ เอาอีกๆ จุดอีก....ให้มันติดให้หมด ได้เรื่องค่ะ....ไฟลุกพรึ่บ!!!!!! อ๊ากกกกกกกก น้องบูม...ช่วยพี่ด้วย.....ก่อนที่พี่จะเผาวัดวอด น้องกุก็น่ารัก...ช่วยสะบัดจนดับ....โล่งอก แต่ตอนจะเดินไปสมทบกะชาวบ้านนี่ดิ รู้ซึ้งถึงคำว่าออกซิเจนช่วยให้ไฟติดเลยอ่ะ มันลุกขึ้นมาอีกแล้วอ้า..กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด ยังดีที่สะบัดดับ......แต่เราก็กลายเป็นแตงกวารมควันไปแล้ว หวังว่าแม่คงไม่รุว่าตรูโดดเรียนมาเยาวราช...เหอๆ...ฮือๆ >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>.. เที่ยวกับนิฮนจิ้นคราวนี้สนุกมากมาย วันนี้ก็วันสุดท้ายแล้วที่จะได้เจอกัน...เศร้าว่ะ กลับไปคงคิดถึงตาย........ ถ้ามีโอกาส....คงได้พบกันอีก Mata Ne..... Aitai tokiwa kono memory wo dakishimete....... Kono Happy wo wasurenai...... July 30 Mission Impossible
วันนี้ลงไปช่วยอาม่าทำกับข้าว....นานๆเราจะเป็นหลานกตัญญูสักที(หลังจากที่เอาแต่แด๊ก)
อาม่าบอกให้เราปอกแอ๊ปเปิ้ล......
..........ซีดค่ะ...........
น้องดิทำตาปิ๊งปั๊ง.......ม่า......จะให้หนูขัดครัวก็ได้....ขอร้อง.....อย่าให้หนูปอกแอ๊ปเปิ้ลเลย
อาม่าเสนอทางเลือกที่ดีกว่า......ปอกแก้วมังกรมั้ย
ชริ...ชริ....ปอกแอ๊ปเปิ้ลก็ได้ฟะ
ย้ายนิวาสถานมานั่งปอกข้างบนข้างๆตองที่เล่นคอมอยู่ (ไม่ใช่ไร...กลัวอาม่าเห็นเราปอกแล้วทนไม่ไหวเอาไปปอกเอง)
เอาวะ......ของแค่นี้...อดิสู้ตาย
จำได้เมื่อตอนม.ต้น แม่ให้เราปอกแอ๊ปเปิ้ล
ลงมีดไป 2 จึ๊ก แม่รีบเอาแอ๊ปเปิ้ลคืน
เหคุผลไม่ใช่ไร.....กลัวจะไม่เหลือเนื้อแอ๊ปเปิ้ลให้ทาน อิฉันเล่นปอกลากเนื้อหนาเกือบคืบ
เอาแอ๊ปเปิ้ลมา 3 ลูก ลูกแรกบรรจงสร้าง....ลากมีดชนิดที่ไมเคิลแองเจโลยังอาย
ในหัวนึกภาพตามการ์ตูน(ที่มันปอกเป็นเส้นยาวๆอ่ะ) เราจะปอกให้สวยแบบนั้นให้ได้
ตองหันหน้ามาดู.....อดิ...แกปอกหรือแกสะกิดวะนั่นน่ะ
เปลือกที่หลุดมากาว 2 หน้ายังชิ้นใหญ่กว่าเลย....แล้วจะได้กินมั้ย
ด้วยความที่เพิ่งปอกไปเมื่อวาน ตองเลยมาสาธิตให้เราดู
อืมๆ....ปอกแบบนี้ หันออกจากตัว
ลูกที่ 2 กับ 3 เลยปอกได้เร็วขึ้น
แต่มีข้อน่าสังเกตอยู่ 2 อย่าง......
1. ครั้งแรกที่ลงมีดบนแอ๊ปเปิ้ล.... ต่อให้แรงที่กดลงไปมีค่าแค่0.000001นิวตัน เนื้อที่ติดเปลือกก็ยังหนาเป็นคืบอยู่ดี
2. จะปอกได้เปลือกยาวขนาดไหน ขึ้นอยู่กับมุมเซต้าที่มีดทำกับผิวของแอ๊ปเปิ้ล
ช่างหัวฟิสิกส์เหอะ.....
ปอกๆไปอยากร้องไห้ไป.....แอ๊ปเปิ้ลลูกมนๆสวยๆ โดนเราลงมีดกลายเป็นผลึก 6 ด้าน ผิวมีการเหลื่อมล้ำทับซ้อน...เอาไปเป็นตัวย่างสอนภูมิศาสตร์ได้สบาย
จำนวนเนื้อที่ติดเปลือกออกมาคำนวณแล้ว.....ปั้นเป็นแอ๊ปเปิ้ลได้ 1 ลูก
ยิ่งตอนคว้านเมล็ดนะ...อย่าให้เซ่ด.....
เนื้อหายยิ่งกว่าแอ่งกราเบนอีก
แต่แล้วเราก็ปอกเสร็จ.....เย้(ตบมือแปะๆ)
คุณค่าทางอาหารคงหายไปกับขี้มือเราเยอะ
พ่อขา...แม่ขา....อย่าแปลกใจถ้าวันนี้แอ๊ปเปิ้ลเค็มผิดปกติ
ไม่ใช่ว่าอาม่าใส่เกลือเยอะไปตอนแช่น้ำหรอกค่ะ.......
จงภูมิใจที่ลูกสาวคนเล็กของท่านปอกแอ๊ปเปิ้ล(พอ)ได้
และมีนิ้วมือเหลือครบ 10 นิ้ว.......
July 29 In Futureการหลับบนรถเป็นเรื่องที่เราพยายามจะไม่ทำ
แต่ไม่รู้ทำไม ต่อให้แรดแท่ดแถขนาดไหนที่สยาม แต่พอหย่อนตูดบนรถสองแถว เราจะหลับทุกที
วันนี้งามหน้ามาก....หลับบนรถอีกแล้ว
ปกติจะพยายามนั่งในสุด เพราะจะได้เอาแขนวางแล้วหนุนหลับ
แต่คราวนี้ซวย..นั่งกลางรถ
น้องดิกลายสภาพเป็นตุ๊กตาล้มลุกทันทีค่ะ....รู้สึกตัวตื่นทุกเสี้ยววินาทีที่หัวจะคะมำไปข้างหน้า
คนบนรถคงสมเพชหน้าดู.....เรียนหนักเหรอลูก หลับไม่เหลือสภาพกุลสตรีเลย
เวลาหัวจะคะมำตัวก็จะเอนตามไปด้วย...เราคงได้จูบก้นคนที่ยืนโหนอยู่ หากไม่ได้แขนคนข้างๆช่วยกันไว้(บังเอิญว่านั่งเบียด) เขาคงรำคาญเราแย่
รถก็โคดจะติดแถวสุรศักดิ์ เวลารู้สึกตัวตื่นเราก็พยายามถ่างตาเต็มที่....แต่ได้แค่เสี้ยววิเองง่ะ
โอ้ย...อายๆๆๆ
ไปถึงร้านการ์ตูน...หอยหลอด!!!!ออกตั้ง 3 เรื่อง
เงิน.....เงิน....เงิน
กรำ......ไม่น่าซื้อปังช็อคเลยอ้า.....
ยังดีโกคุเซนไม่ 40 บาทด้วย ไม่งั้นเราอาจเดินออกจากร้านในสภาพผงธุลี
เพื่อเป็นการประหยัดเงินเลยเดินกลับบ้าน
เดินไปร้องเพลงไป....อย่าแปลกใจถ้าช่วงนี้เราร้องเพลงอังกฤษ กำลังป่วยเป็น FAKE?lism วิธีแก้คือ....ปล่อยไว้...เด๋วก็หายบ้าเอง
เดินไปคิดไป.....มีเรื่องอยากทำมากหลาย
อยากcosงานชมรม...(เงิน....เงิน...เงิน)
อยากเข้าจุฬาได้...(เรียน....เรียน....เรียน)
อยากไปดูliveโนะรัน(เงิน...เงิน...เงิน...โอกาส....)
แม่มไม่มีอะไรเห็นแววว่าจะได้สักอย่าง...เซ็งจิต
เอาเหอะ.....ช่างมัน
ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป...โอ้....เย้....โว้โวโว......
สู้ๆสู้ตาย ..>w<..
|
|
|